[[ :: Forbidden Love :: ]] รักต้องห้าม!! [2/2] 

 Title : Forbidden Love

Author : BaNaNaJuNk

Style : Yaoi  , Shounen , Boys love ,etc.

Category : Romantic Fiction

Character : Jaejoong YunHo   

 

 

 

แจจุง...”  

 

ลมหายใจรวยรินที่พ่นรดผ่านตามผิวกายทำให้รู้ว่าร่างเล็กนี้ยังไม่ได้เข้าสู่ห้วงนิทรา แสงไฟหลากสีจากภายนอกส่องผ่านกรุกระจกแคบๆ เข้ามาอย่างไม่ตั้งใจ  บรรยากาศคึกคักรอบบริเวณถนนซึ่งผู้คนพลุกพล่านยามหัวค่ำด้านล่างตึกหลังนี้ให้ความรู้สึกแตกต่างอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับความเงียบที่แผ่ไปทั่วห้องมืดๆ ด้านใน 

 

แจจุง..

 

เสียงนุ่มทุ้มกรอกเข้าไปกระทบโสตประสาทที่ใกล้จะปิดเต็มแก่ 

 

หืมมม... คนที่ใกล้จะผล็อยหลับครางตอบในลำคอ 

 

หนาวมั๊ย?? ริมฝีปากเลื่อนไปใกล้กับกลุ่มผมสีดำสนิทที่อยู่ตรงหน้าอย่างห่วงใย 

 

ไม่มีเสียงใดนอกจากกระชับวงแขนของตนให้แน่นขึ้นเป็นคำตอบ ก่อนที่แขนแข็งแรงจะเกี่ยวเอวบางให้ขึ้นมาอยู่บนลำตัว  ใบหน้าหวานซุกตัวลงไปบนไออุ่นจากเนินอกกว้าง  เสียงหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะทำให้ร่างบางนี้รู้สึกสงบอย่างประหลาด 

 

...แต่ก้อนเนื้อที่กำลังเต้นอยู่นี้มันไม่ได้เป็นของฉัน... 

 

ยิ่งเต้นแรงเท่าไหร่ก็ยิ่งกระตุ้นอารมณ์แช่มชื่นให้พินาศลงไปเรื่อยๆ เท่านั้น..เสียงตุบๆ ของหัวใจเหมือนจะบอกว่า เขาไม่ได้รักฉันในทุกจังหวะของการเต้น

 

 ...เราไม่ได้รักกัน... 

 

อีกสองวันก็วาเลนไทน์แล้ว แจจุงอยากได้อะไร?  ร่างสูงเอ่ยถามร่างที่นอนหลับตาพริ้มอย่างเหนื่อยอ่อนบนแผ่นอกของตัวเอง 

 

นี่กำลังถามฉันหรือถามโพมี? ร่างเล็กๆ นั่นถามสวนกลับมาอย่างรวดเร็วโดยที่ไม่ได้ลืมตาขึ้นด้วยซ้ำ เรียกให้คิ้วหนามุ่นเข้าหากันอย่างขุ่นข้องใจ ดวงตาฉายแววประหลาดใจส่งทอดมายังร่างที่กำลังจ้องมาทางเขา 

 

ตุบ...ตุบ..ตุบ....เราไม่ได้รักกัน ในเมื่อมีเพียงแค่ฉันเท่านั้นที่รักเธอ.... 

 

ถามแจจุงสิ นิ้วเรียวค่อยๆ เกลี่ยไปตามไรผมสีดำไล่ไปถึงรอบดวงตาอย่างอ่อนโยน  อ้อมแขนที่รองรับน้ำหนักของร่างเล็กๆ นี้กระชับแน่นขึ้นเพื่อให้ร่างด้านบนเข้ามาใกล้กว่าเดิม

 

 แจจุงอยากได้อะไรครับ? คนด้านล่างถามอย่างสุภาพด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเหมือนกับการกระทำเมื่อครู่   ริมฝีปากอบอุ่นบรรจงจูบลงบนหน้าผากที่เกยอยู่ใต้คางอย่างแผ่วเบา 

 

สายตาทั้งคู่ประสานกันท่ามกลางความเงียบ หนึ่งเค้นหาคำตอบ อีกหนึ่งกำลังเค้นคำตอบ จนสายตาคู่หนึ่งก็ต้องยอมแพ้และหลบไป ใบหน้าขาวเริ่มสูบฉีดสีเลือดอ่อนๆ 

 

ไปสวนสนุก เสียงตอบอู้อี้ดังอย่างเขินอาย 

 

หือ?? คำตอบที่ทำให้สมองต้องไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วน ...สวนสนุกอย่างนั้นหรอ?.... 

 

ทำไมล่ะ?แม้จะคิดอย่างดีแล้ว แต่ก็ยังไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่นัก  คำถามนี้จึงถูกเปล่งออกมาในที่สุด 

 

เงียบกันไปสักพัก สายตาคมเอาแต่หลุบต่ำอย่างเศร้าสร้อย จนมือของยุนโฮอดไม่ได้ที่จะต้องลูบผมดำที่ลู่ลงแผ่บนอกของตัวเอง 

 

ไม่ได้หรอร่างเล็กๆ ถามเสียงอ่อย แววตาหม่นหมองส่งถึงดวงตาคม....มันใช้เวลานานไปใช่ไหมล่ะ?... 

ความน้อยเนื้อต่ำใจเริ่มก่อตัวขึ้น..ใช่สิ..ชู้อย่างฉัน มันไม่มีค่าพอให้นายมาเสียเวลาด้วยใช่ไหม?... 

 

หยาดน้ำใสๆ ที่พยายามกล้ำกลืนฝืนไว้ยื้อยุดกับความรู้สึกที่บังคับไม่ให้มันเป็นอิสระ ลมหายใจขาดช่วงเป็นสัญญาณบอกว่าเกิดอะไร  สองมือหนาๆ ประคองดวงหน้าหวานขึ้นมาอย่างเบามือแต่ดวงหน้านั้นกลับเบนบ่ายหน่ายหนีเรื่อยไป  ยุนโฮแตะหน้าผากของแจจุงด้วยหน้าผากของเขาเอง  แพของตางอนทิ้งตัวลงอย่างช้าๆ ..นี่สินะคำตอบ... 

 

ได้สิ ได้แน่นอนอยู่แล้ว  แต่หลังสิ้นเสียง  ดวงตาก็ต้องเบิกโตอย่างประหลาดใจ  ใบหน้าหล่อเหลาแอบอมยิ้มเมื่อเห็นริมฝีปากบางนั้นยิ้มกว้างทันทีที่ร่างสูงพูดจบประโยค 

 

สัญญานะ เสียงเริงร่าดังอย่างพองโต ความรู้สึกแย่ๆ ที่เคยก่อตัวมลายหายวับไปภายในเวลาไม่กี่วินาที..ไปสวนสนุกกับยุนโฮ... 

ร่างสูงชูนิ้วก้อยขึ้นมาตรงหน้าก่อนที่นิ้วเล็กๆ จะสอดเกี่ยวพัน....สัญญานะยุนโฮ... แล้วจุมพิตหอมหวานถูกประทับลงบนผิวแก้มนวลเนียนครั้งแล้วครั้งเล่า 

 

สองร่างกอดก่ายใต้ผ้าห่มสีขาวผืนหนาถ่ายทอดความอบอุ่นให้แก่กันภายในห้องเล็กๆ แสงสลัว เสื้อผ้าที่กองเป็นกลุ่มก้อนกระจัดกระจายไปทั่วปลายเตียงและพรมหนาสีเขียวเข้ม  สถานที่ๆ เป็นจุดจบของการพบเจอแต่ละครั้ง สถานที่ๆ แจจุงรู้ดีว่าเขาต้องมา เพราะมันเป็นสถานที่ เพื่อเติมเต็มความรักที่ขาดหายไป

 

 

 

 .

. 

 

.

.

.

 

.

.

วันที่ 13 กุมภาพันธ์  2551 

เวลา 9.45 น. 

 

สายน้ำใสของน้ำพุพุ่งทะยานขึ้นสู่อากาศต่อสู้กับแสงอาทิตย์อ่อนแรงท่ามกลางอากาศเย็นเฉียบของปลายฤดูหนาว มีร่างภายใต้สเว็ทเตอร์สีขาวขุ่นกางเกงสีครีมนั่งนับถอยหลังอย่างใจจดใจจ่อ  ดวงตาสีนิลจ้องมองเข็มวินาทีที่เดินอย่างเชื่องช้าอย่างไม่รับรู้ว่าการรอคอยนั้นช่างน่าเบื่อ  แต่ในความน่าเบื่อนี้กลับแฝงความตื่นเต้นไปพร้อมกัน ร่างที่นั่งนิ่งไม่ไหวติงเป็นเวลากว่าชั่วโมงดึงดูดสายตานับสิบคู่ที่ผ่านไปผ่านมาไว้ให้เหลียวหลังกลับมา   

 

อีก 15 นาที.. 

 

แว่นตากรอบหนาที่ใส่เป็นประจำถูกเก็บไว้ในลิ้นชักเป็นอย่างดีและถูกแทนที่ด้วยคอนแทคเลนส์คู่ใหม่เอี่ยมที่เพิ่งถอยมาเมื่อวาน  ถึงจะเคืองตาจนน่ารำคาญแต่ถ้าเพื่อวันนี้ก็คงจะไม่เป็นไร  ทรงผมรุงรังแปรสภาพเป็นผมซอยไล่จนมาถึงลำคอดูสวยงาม หน้าม้าที่เคยยาวจนเกะกะหายไปแล้ว เผยให้ใบหน้าหวานปรากฏสู่สายตานับร้อยขณะที่เดินสวนทางไปมา 

 

ถึงแม้วันนี้จะไม่ใช่วันวาเลนไทน์  แต่ความรู้สึกดีใจก็โลดแล่นไปทั่วหัวใจดวงน้อยจนบดบังความเศร้าที่ตกตะกอนมาเนิ่นนาน

 

...รู้ดีว่าไม่มีสิทธิ์...ไม่ใช่คนสำคัญขนาดที่เขาจะต้องสละเวลาให้...วันแห่งความรัก เขาคงมอบให้กับคนที่เขารัก ....ที่ไม่ใช่ฉัน...ยุนโฮคงไม่อาจจะละทิ้งคนพิเศษมาหาได้ในวันพรุ่งนี้ได้...แต่อย่างน้อย...ก็ยังมีวันนี้...วันที่เป็นวันของเราสองคน..... 

 

แก้วตาสีราตรีกาลสะท้อนให้เห็นเข็มชั่วโมงที่หยุดยืนตรงเลข 10 พอดี และเข็มนาทีก็เลื่อนห่างออกมาจนทำมุม 90 องศาแล้ว...10.10  นาฬิกา...แต่บัดนนี้ก็ยังไม่เห็นวี่แววของคนที่เฝ้าคอยมานานนับชั่วโมง

เรานัดกัน 10 โมงไม่ใช่หรอยุนโฮ.... 

.

.

.

 

 

.

 

.

เวลา 10.47 น. 

 

ความกังวลคุกคามไปทั่วทุกลมหายใจ ความรู้สึกโหวงเหวงปั่นป่วนในท้องทำให้แจจุงรู้สึกเหมือนเขากำลังไม่สบาย  กระวนกระวายใจห่วงสวัสดิภาพของคนที่เขาต้องการพบมากที่สุดตอนนี้  ความหวาดหวั่นคืบคลานไปในทุกๆ ที่ที่สายตาสามารถมองเห็นได้  แต่ไม่เห็นแม้แต่เงาของร่างสูง  ความประหวั่นปลุกความกลัวให้ท่วมท้น นิ้วเรียวเริ่มไล่ไปตามแผงตัวเลขบนวัตถุสื่อสารสีเทาเป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้ว แม้แต่ตัวเขาเองก็ไม่อาจจำได้ 

 

หมายเลขที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้  ...กรุณาฝากข้อ...  เสียงจากเครื่องตอบรับบีบคั้นหัวใจ 

 

...นายอยู่ที่ไหนกันยุนโฮ??... 

 

ผู้คนที่เริ่มหนาตาขึ้นเรื่อยๆ ทำให้แจจุงต้องยืนขึ้นเพื่อขยายทัศนวิสัยของตนเองให้กว้างขึ้น แต่ก็ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นมาในเมื่อร่างสูงโปร่งของยุนโฮไม่ได้อยู่ในบริเวณนั้นเลย 

 

น้ำใสๆ เริ่มเอ่อล้น ความกังวล ความน้อยใจ ผสมปนเปกันไปหมด  อุบัติเหตุ  รถติด แบตหมด ลืม หรือ โพมี ไม่ว่าร่างเล็กจะสรรหาเหตุผลมากมายเพียงไรก็ยิ่งทำให้รู้สึกแย่ขึ้นไปเท่านั้นเอง   

 

แต่แล้วเสียงที่รอคอยมาเนิ่นนาน.... 

 

ฮัลโหล ยุนโฮ..!!”  

ร่างเล็กกระวีกระวาดรับโทรศัพท์อย่างร้อนรน เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยเรียกเอาน้ำใสๆ รินไหลออกมาอีก 

 

แจจุงหรอ ตอนนี้นายอยู่ที่ไหน 

เสียงของยุนโฮทำให้หัวใจที่ห่อเหี่ยวชื้นขึ้นอีกครั้ง 

 

ฉันอยู่ที่สวนสนุกแล้ว อยู่ตรงน้ำพุหน้าประตูทางเข้า 

 

งั้นรออยู่ตรงนั้นก่อนนะ แล้วฉันจะรีบไป 

 

....เอามานี่นะยุนโฮ..

เสียงเล็กแหลมที่แทรกขึ้นมาระหว่างบทสนทนาของเด็กหนุ่มทั้งสอง ทำเอาหัวใจกระตุกวูบ...โพมี... 

 

 

อ๊ะ..อย่าสิ..ฉันกำลังคุยโทรศัพท์

เสียงตะโกนโหวกเหวกระหว่างบุคคลทั้งสองจากอีกฝั่งดังออกมา 

 

 

“...นายคุยกับหมอนั่นอยู่ใช่มั๊ย...

เสียงกรีดร้องและเสียงฟูมฟายจนไม่ได้ศัพท์ 

 

 

มันเรื่องของฉันนะเธอไม่เกี่ยว!!!”

น้ำเสียงเด็ดขาดดังอย่างเฉียบพลันก่อนที่จะลดระดับลงมาเท่าเดิม 

 

รอฉันก่อนนะ อย่าเพิ่งกลับ”    

 

และสายก็ตัดไป 

.

.

.

 

.

.

 

เรื่องที่เกิดขึ้นรวดเร็วจนแจจุงตั้งตัวไม่ทัน  อากาศเย็นๆ ที่สูดเข้าไปดูเหมือนจะเริ่มไม่เพียงพอ  ความเย็นเยียบกรีดย้ำลงไปบนทุกที่ๆ มันสัมผัสถึง... แม้กระทั่งหัวใจ...  ฝ่ามือเย็นชื้นจากเหงื่อที่ซึมผ่านผิวหนังออกมาทำให้นิ้วเรียวชาจนไม่รู้สึก  แต่ข้างในลึกๆ กลับรู้สึกอย่างประหลาด   

 

แจจุงกระพริบตาถี่ๆ หลายครั้งเพื่อเรียกสติคืนมาและลำดับเรื่องราวทั้งหมด...ยุนโฮมาช้าและบอกให้เขารอเพราะยุนโฮกำลังอยู่กับ โพมี. ..นั่นคือสิ่งที่เขาพอจะคิดได้    เพียงไม่นาน...หน้าจอโทรศัพท์ที่เพิ่งดับไปเมื่อ 2-3 นาทีก่อนก็ส่องแสงวูบวาบและปรากฏคำว่า “YoonHo” อีกครั้ง 

 

แกไม่มีปัญญาหาผัวเองรึไง  ถึงได้มาคาบของๆ คนอื่นเขา

 

 

หยุดนะโพมี

 

 

หน้าด้าน!! อายฟ้าดินบ้างมั๊ย มานอนกกอยู่กับผู้ชาย น่าขยะแขยงที่สุด

 

เธอเป็นบ้าไปแล้วหรอ

 

ไม่ทุเรศตัวเองรึไง ….อย่ามาห้ามนะยุนโฮ….ไม่สมเพชตัวเองเหรอที่ต้องมาเป็นชู้คนอื่น

 

 

ฉันบอกให้หยุด

 

 

ไม่อย่างแกก็แค่ที่ระบายความอยากเท่านั้นแหละ

 

 

...เลิกบ้าได้แล้วโพมี หุบปากซักที..

 

 

 เสียงเล็กแหลมหวีดตะเบ็งจนดังออกมานอกโทรศัพท์ ในขณะที่อีกเสียงก็ตะโกนกลับใส่กันอย่างไม่ลดละ  ร่างบางๆ สั่นเทิ้มไปทั้งตัว  ทั้งความโกรธ ความอาย ความอัดอั้นสั่นคลอนร่างกายราวกับพายุโหมกระหน่ำ  นิ้วมือสั่นระริกจนควบคุมไม่ได้  ความรู้สึกรุนแรงที่สะท้านไปถึงขั้วหัวใจทำเอาลมหายใจขาดช่วง บัดนี้น้ำตาพรั่งพรูลงมาอย่างไม่ขาดสาย ภาพเบื้องหน้าพร่ามัว ลูกสะอื้นจุกอยู่ที่ลำคอ  ลมหายใจเริ่มติดขัด  คำพูดทิ่มแทงและความทรมานบดขยี้หัวใจให้แหลกสลาย  ท่อนขาเล็กทั้งสองข้างอ่อนยวบจนรับน้ำหนักไม่ไหว  

.

.

.

 

.

 

.

 

วลา 20.34 น. 

 

วันสีขาวถูกพ่นเป็นสายออกจากโพรงจมูกที่เย็นเฉียบ  

ผิวหนังตึงขึ้นเพราะอากาศรอบตัวที่เย็นลงเรื่อยๆ

สายลมแผ่วผิวต้องกายสั่งให้เรียวแขนเล็กกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นอย่างอัตโนมัติ  

สายน้ำใสของน้ำพุที่เคยพุ่งทะยานขึ้นสู่อากาศต่อสู้กับแสงอาทิตย์อ่อนแรงท่ามกลางอากาศเย็นเฉียบของปลายฤดูหนาวกลับต้องเปลี่ยนเป้าหมาย....เมื่อในแผ่นฟ้าหามีไม่ดวงสุริยัน

ดวงตะวันลอยลับเคลื่อนคล้อยล่วงเลย  ดวงจันทราหมุนเวียนสับเปลี่ยนมาแทนที่  

เบื้องหลังน้ำพุที่พุ่งทะยานขึ้นอย่างไม่หยุดหย่อน มีร่างภายใต้สเว็ทเตอร์สีขาวขุ่นกางเกงสีครีมนั่งคุดคู้อยู่ด้วยใบหน้าที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตา 

ดวงตาสวยแดงช้ำผ่านการร่ำไห้มากมาย เสียงสะอึกสะอื้นที่ดังอย่างเงียบๆ มาเป็นเวลานานจนไม่มีแรงหรือแม้กระทั่งเสียงที่จะร้องไห้ต่อไป 

....ท่ามกลางความเดียวดายและอากาศเย็นยะเยียบ  ร่างเล็กต้องต่อสู้กับความโดดเดี่ยวเพียงลำพัง...

 

หมายเลขที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้  กรุณาฝากข้อความไว้หลังได้ยินเสียงสัญญาณ     ตู๊ดด..ดด..   ยุนโฮ  รีบๆ มาหล่ะ  ฉันยังรออยู่นะ เร็วๆ เข้า  อยากเจอนายจังเลย

....ในเมื่อเขาบอกให้ รอ ก็คงทำได้เพียงแค่เฝ้า รอ ต่อไปอย่างไร้ความหวัง…..

 

หลังจากข้อความเสียงฉบับที่ 9 ถูกบันทึกเสร็จแล้วก็ยังคงไม่มีวี่แววของร่างสูงเลยแม้แต่น้อย ในที่สุดร่างเล็กก็คิดได้ว่าต่อให้นั่งหายใจทิ้งอยู่ตรงนี้ต่อไปก็ไม่ได้เจอกับร่างสูงที่เขาอยากพบอยู่ดี...ในเมื่อเธอยังอยู่กับเขาคนนั้น...คนที่ขึ้นชื่อว่า ตัวจริง  ใบหน้าหวานส่ายอย่างแรงๆ เพื่อยื้อยุดน้ำตาไม่ไหลออกมาภายนอกด้วยความคิดไม่เข้าท่า   

 

แจจุงลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ  ร่างเล็กๆ เซถลาอย่างเสียการทรงตัวเนื่องจากการนั่งแน่นิ่งไม่ขยับเขยื้อนมาเป็นเวลากว่า 5 ชั่วโมง สายตาพร่ามัวเมื่อเลือดไม่อาจส่งไปเลี้ยงสมองได้ท่วงทันจากการลุกอย่างฉับพลัน  สองมือจับขอบบ่อน้ำพุพยุงร่างเอาไว้ไม่ให้ล้มลงไป  ก่อนที่จะเริ่มเดินทางอย่างไร้จุดหมายไปตามทางเดินของสวนสนุกแห่งนี้  ปลายเท้าขูดลากอย่างล่องลอยภายใต้ราตรีสีมุก  แสงจันทร์นวลผ่องแสงแข่งกับประกายไฟหลากสีของหลอดไฟที่ประดับประดาไว้   ขาสองข้างพาเจ้าของร่างมาหยุดอยู่เบื้องหน้าชิงช้าสวรรค์เครื่องใหญ่ใจกลางของสวนสนุก 

 .

.

 

.

.

.

 

.

 

วลา 21.48 น. 

 

ครืน..!!

 

เสียงครืดคราดจากระบบไฮโดรลิคของชิงช้าสวรรค์ดังสนั่น  กระเช้าขนาดค่อนข้างใหญ่สีขาวหยุดกึกลงเบื้องหน้าของร่างเล็กพอดิบพอดี  แจจุงก้าวเท้าเข้าไปในโลหะวัตถุที่แน่ใจว่าหยุดเรียบร้อยดีแล้ว  เพียงไม่นานกงล้อยักษ์ก็ออกเคลื่อนตัวอย่างช้าๆ ทะยานสู่ท้องฟ้าสีหม่นปราศจากดวงดารา  ละอองหิมะที่ร่วงหล่นสู่พื้นดินเกล็ดแล้วเกล็ดเล่า  ค่อยๆ ละลายไปตามกาลเวลา  ...เหมือนความสุขมลายหายไปตามความจริง 

 

กระเช้าที่นั่งอยู่สูงขึ้นเรื่อยๆ จนถึงจุดที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์เบื้องล่าง  ฝ่ามือขาวซีดลูบไล้บ้านเรือนหลังจ้อยไปตามแผ่นกระจกใส  ก่อนที่จะรินหลั่งหยาดน้ำรสแปร่งปร่าให้หยดลงสู่หน้าตักของตัวเอง  เข่าสองข้างข้างชันขึ้นรองรับคางมนที่เกยอยู่ด้านบน 

 

....เขาไม่มาสินะ... 

 

มือเล็กๆ ล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงก่อนจะหยิบเครื่องมือสื่อสารออกมาอีกครั้ง  ขณะเดียวกันกับที่กระเช้าอยู่ ณ จุดสูงสุดพอดี  

 

 เขาไม่มาหล่ะ..... ฉันก็ว่าอย่างนั้นแหละ วันนี้เขาก็คงอยู่กับแฟนเหมือนเคย ... โง่จริงๆ เล้ย.....  ไม่รู้จะรอทำไม ก็รู้อยู่แล้วว่าเขาต้องเลือกเธอคนนั้น  ยังไงซะ...เธอก็เป็นตัวจริงที่ฉันไม่อาจจะไปแทนที่ได้ 

โทรศัพท์เริ่มบันทึกตัวเองไปเรื่อยๆ ภาพที่ปรากฏบนหน้าจอเป็นเพียงชายหนุ่มหน้าสวย...เพียงลำพัง... 

 

มันจบแล้วหล่ะ คิม แจจุง....  นายไม่ได้..... 

น้ำเสียงเริ่มขาดช่วงเพราะถูกขัดจังหวะด้วยเสียงสะอื้น ไม่ได้เป็น คิม  แจจุง ของ จุง ยุนโฮ อีกต่อไป 

.

.

 

.

 ขอโทษนะจุนซู  ขอโทษที่ฉันไม่เคยฟังที่นายพูด ตอนนี้ฉันกำลังกลายเป็นดอกไม้ริมทาง เป็นเสื้อผ้าที่เขาทอดทิ้งแล้วอย่างที่นายพูดจริงๆ

 

ความปวดร้าวจุกอยู่ที่ลำคอ  เสียงหวานเริ่มแหบแห้งลง เล็บทั้งห้าของมือที่ยังว่าง จิกทึ้งลงบนท่อนขาของตังเอง  ริมฝีปากขบเม้มจนบางเฉียบเพื่อกล้ำกลืนความรู้สึกต่างๆ เอาไว้ 

 

ขอโทษจริงๆ จุนซู จะผิดมั๊ยถ้าคนๆ นี้จะคลานกลับไปให้นายเห็นหน้า  เรายังเป็นเพื่อนกันใช่มั๊ย?? 

คำถามที่ไม่มีคำตอบยิ่งเสียดแทงใจให้เจ็บช้ำทวีคูณ กระเช้าเริ่มคล้อยตัวต่ำลงเรื่อยๆ  

 

จุนซู...ฉันเจ็บ.....เจ็บปวดเหลือเกิน....ที่ต้องยอมรับความจริง  ฉันร้องไห้ตั้งหลายรอบแหนะ....ฉันรู้สึกเสียใจมาก....มากซะจนไม่อยากหายใจ....เพียงเพราะ....เขาเขาคนเดียว  

 

REC05:12.23.16

Date:13/02/2008  

 

แต่ทำไมกัน.....ทำไม.....ฉันถึงยังรักเขาอีก 

 

คำถามถูกส่งทอดสู่เพื่อนรัก ที่ไม่มีตัวตน  คำพูดที่พยายามเค้นอยู่นานค่อยๆ จมหายไปในเสียงสะอื้นที่ดังขึ้น  แจจุงไม่อาจทานน้ำตาที่เอ่อล้นไว้ได้อีกแล้ว  ความร้อนผ่าวที่ดวงตาแดงช้ำถูกถ่ายทอดลงบนหลังมือที่วางอยู่บนหัวเข่าทั้งสองข้าง  ภาพที่ปรากฏบนหน้าจอโทรศัพท์เป็นเพียงมุมกล้องแปลกๆ ที่กลับหัวและหาความชัดเจนไม่ได้  ร่างเล็กสะท้านไปตามแรงสะอื้น  มีเพียงเสียงฟืดฟาดเท่านั้นที่เล็ดลอดเข้าไปในโสตประสาท  ตัวเลขที่ยังวิ่งแล่นๆ ตลอดเวลาบ่งบอกว่าภาพเหล่านี้ได้ถูกบันทึกลงไปทุกๆ อิริยาบถ  จนกระทั่งในที่สุด.... 

 

REC05:16.07.08

Date:13/02/2008 

 

"ฉันรักนาย  รักนายจริงๆ จุง  ยุนโฮ 

 

มือเล็กปาดหยดน้ำตาก่อนที่แสงสว่างจะดับวูบลง........ 

.

.

.

.

 

 

.

.

 

.

.

 

วลา 23.11 น.  

 

หิมะสีขาวโปรยปรายไปตามเส้นทางที่ต้องก้าวเดิน  ความรู้สึกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูกลอยวนเวียนอยู่รอบกาย  แจจุงเดินออกมาจากสวนสนุกแล้วเพราะเขาคงไม่จำเป็นต้องรอใครบางคนที่คงไม่มาอีกต่อไป  เขาปล่อยให้สมองว่างเปล่าไม่นึกถึงเรื่องของวันนี้ หรือแม้กระทั่งวันพรุ่งนี้ 

 

...แต่ถึงอย่างไรความเสียใจก็มีมากกว่าหลายเท่าอยู่ดี.... 

 

ตอนนี้จุนซูจะหลับหรือยัง?  เป็นสิ่งที่ร่างบางซึ่งย่างกายทอดน่องไปบนหิมะผืนหนาคิดไว้ในใจ รอยเท้าที่เกิดตามน้ำหนักซึ่งทิ้งตัวลงไปฝังลงบนน้ำแข็งที่ยังไม่ละลาย  ผู้คนยังพลุกพล่านบนถนนสายนี้แม้ว่าเป็นเวลาเกือบจะเที่ยงคืนแล้ว  เขามีเรื่องมากมายที่ต้องพูดกับจุนซูและเขาก็รู้ตัวว่าควรที่จะไปขอโทษจุนซูผู้แสนดีเสียที  ก่อนที่เขาจะเสียเพื่อนรักไป  ...และก่อนที่เขาจะต้องอยู่ตัวคนเดียวจริงๆ... 

 

แล้วจู่ๆ เสียงลากเท้าที่เคยสม่ำเสมอกลับเปลี่ยนจังหวะไปอย่างกะทันหัน เมื่อสองสายตาประสานกัน  ต่างฝ่ายต่างจับจ้อง  ร่างกายเริ่มชาจนไร้ความรู้สึก  ก่อนที่จะหันหลังแล้วออกฝีเท้าอย่างเต็มกำลัง  แต่ก็ไม่อาจหนีพ้นร่างที่ไล่ตามมาได้  แขนแกร่งเข้าสวมเอวบางอย่างไม่แคร์สายตาของใคร ร่างเล็กพยายามต่อต้านผู้ที่รุกรานความอิสระแต่ก็ไม่อาจจะหลุดพ้นจากพันธนาการ  ใบหน้าคมกลับฝังลงบนต้นคอขาวเนียน แขนแกร่งโอบรัดเท่าไหร่กำแพงที่สูงชันก็ค่อยๆ ทะลายลงไปเท่านั้น ร่างเล็กพยายามต่อสู้อยู่นาน แต่ก็รู้ว่ายิ่งขัดขืนก็จะยิ่งจมหายเข้าไปในอ้อมกอดกว้างมากขึ้นเท่านั้นเอง 

 

มาทำไม  นายกลับมาหาฉันทำไม ในที่สุดร่างเล็กๆ ก็หยุดดิ้นรน  น้ำเสียงขอดค่อนแผดตะเบ็งแม้ว่าลำคอนั้นจะเจ็บแสบอยู่เพียงใดก็ตาม  ....นายกลับมาอีกทำไม...  

 

นายรู้บ้างมั๊ยว่าฉันรู้สึกยังไง

ท่อนแขนบางเหวี่ยงกระชากร่างใหญ่กว่าให้กระเด็นออกไป  น้ำเสียงเดือดดาลพ่นความอัดอั้นออกมา 

..แจจุง... 

แขนยาวกว่าเอื้อมไปกำข้อมือผอมบางนั่นไว้เพื่อรั้งไม่ให้ร่างเล็กไป  ผู้ถูกดึงดันสะบัดทึ้งเพื่อเป็นอิสระ  แต่ดูเหมือนกำแพงในใจมันได้พังพินาศลงไปหมดแล้วเมื่อสายตาเจ็บปวดนั่นส่งทอดมา  ร่างบางจมลงสู่ออมกอดของร่างสูงอีกครั้ง  น้ำตาไหลรินเป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้ว  ...นายจะทำให้ฉันร้องไห้อีกเท่าไหร่ถึงจะพอ...??

 

 

 แจจุง ฉันขอโทษ 

 

เก็บคำขอโทษของนายเอาไว้เถอะ จุง ยุนโฮ  แล้วก็กลับไปหาคนที่นายรักซะ ส่วนฉันก็จะไปตามทางของฉัน  ประโยคยาวยืดขณะที่การต่อสู้ระหว่างสองร่างเกิดขึ้นอีกครั้ง  ร่างบางยิ่งดิ้นหนักขึ้น  พยายามทุกวิถีทางเพื่อจะเป็นอิสระให้ได้ 

 

ก็เขาอยู่ตรงหน้าของฉันนี่ยังไงหล่ะประโยคสุดท้ายที่ทำร่างกายหยุดทุกการเคลื่อนไหวจนเกือบจะลืมหายใจ  ร่างบางมองสายตาแน่วแน่นั่นด้วยความลังเลใจ และเมื่อคิดว่ามันไม่พอ..ยุนโฮจึงเอ่ยต่อไปว่า... 

 

คนที่ฉันรักก็อยู่ตรงนี้ยังไงหล่ะ คนที่ฉันรักคือคนที่ฉันทำร้ายจิตใจของเขาเรื่อยมา  คนที่ฉันรักที่ฉันปล่อยให้เขารอคอย....... คนที่ฉันรักมีชื่อว่า คิม แจจุง 

 

 

ยุนโฮพูดพลางนั่งคุกเข่ากับพื้น  มือข้างหนึ่งล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงก่อนที่จะหยิบโลหะสีเงินออกมาสวมรอบนิ้วนางของซ้ายของผู้ที่เลือกมันมา

 

กลับมาเป็นของฉันเถอะนะ  แล้วฉันก็จะเป็นของนายตลอดไป

 

 ร่างหนึ่งโอบกอด อีกร่างอยู่ในอ้อมกอด เสียงหัวใจสองดวงที่ดังตุบๆ เป็นจังหวะกำลังบอกว่า ฉันรักนาย  ริมฝีปากได้รูปรับรสจูบหอมหวานเนิ่นนานอย่าง....ไม่มีวันรู้จบ... 

 

 

วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2551

เวลา 00.00 น.

…Valentine’s Day… 

 

{{THE END}}

 

 

 

 

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

รูปสวยนะ
อิหมีใจร้าย ทำแจร้องไห้ ต่อไปอย่าทำอีกนะ

#1 By jinni (222.123.193.7) on 2008-02-27 19:23

กริ๊ดด

ตามมาอ่านต่อ
แจกล้าซะพูดซะที
แต่จบแบบนี้ไม่สะใจโก๋เลยอ่ะโหยยย

((ล้อเล่นน่ะ อิอิ))

รูปสวยย~

หนุ่มหล่อเฟี้ยวแปลงโฉมสาว?
เคยมีเพื่อนแนะนำอยู่เหมือนกันอ่า
แต่ไม่มีเวลาไปหามาอ่านสักที
= =^

#2 By SaTurN on 2008-03-05 22:02