[SF][[ :: ♥ Forbidden Love ♥ :: ]] รักต้องห้าม!! [1/2]
posted on 14 Feb 2008 23:36 by bananajunk in FICTION
[[ :: ♥ Forbidden Love ♥ :: ]] รักต้องห้าม!! [1/2]
เมื่อแจเป็นชู้...!! NC-17{Valentine’s project}
Title : Forbidden Love
Author : BaNaNaJuNk
Style : Yaoi , Shounen , Boys love ,etc
Rate : NC-17
Category : Romantic Fiction
Character : Jaejoong ♥ YunHo
“อืมม..ยุน...โฮ.. ” เสียงครวญครางแผ่วเบาดังแข่งกับเสียงเขย่าของล็อคเกอร์สีเทาเก่าๆ ที่วางอยู่ในห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าของนักบาสเก็ตบอลชายในโรงยิม
“อ๊า...ยุน..ยุนโฮ..” แม้ว่าตอนนี้จะอยู่ท่ามกลางฤดูหนาวที่อุณหภูมิแทบจะติดลบ แต่เสียงหวานกลับพร่ำเรียกผู้ปรนเปรอสัมผัสเสียวซ่านให้โดยไม่สนใจอากาศเย็นยะเยียบที่กระทบผิวกาย ความอบอุ่นที่ทั้งสองร่างถ่ายเทให้กันและกันเพียงพอที่จะทำให้อุณหภูมิเย็นๆ นั่นไม่มีผลใดๆ
ใบหน้าหวานซุกลงบนแผงอกกว้างในขณะที่แขนสองข้างโอบรัดต้นคอสูงๆ ไว้ราวกับร่างที่อยู่ตรงหน้าจะหายไป ร่างทั้งร่างสั่นไปตามแรงกระแทกที่หนักหน่วงและรุนแรง
“กอดฉันอีก กอดฉันแน่นๆ ยุนโฮ” ไม่ใช่เพราะอากาศหนาวร่างเล็กๆ นี้จึงต้องการไออุ่นจากชายหนุ่มร่างใหญ่นี้ เพียงแค่ต้องการรู้สึกจริงๆ ว่า “เขากำลังกอดเราอยู่”
“มองหน้าฉันสิแจจุง” เสียงทุ้มออกคำสั่งอย่างเอาแต่ใจ นิ้วเรียวช้อนใบหน้าที่พยายามเงยขึ้นอย่างช้าๆ ให้หันมาสบตากับตัวเอง
“นายสวยที่สุด แจจุง” ก่อนที่จะบรรจงประทับริมฝีปากของตัวเองลงไป
ส่วนล่างที่ยังขยับไปมาอย่างรัวเร็วบวกกับรสจูบที่ร้อนแรงทำให้ใบหน้าสวยขมวดคิ้วอย่างพอใจ สองลิ้นแลกกันกระหวัดพันเกี่ยว จุมพิตหอมหวานจนแทบละลายเกือบทำให้ขาเล็กๆ ทรุดลงไปด้วยอารมณ์กระสัน
ยุนโฮเริ่มเร่งจังหวะพร้อมกับเพิ่มรสจูบให้ร้อนแรงกว่าเดิม ร่างบางสะดุ้งจากการเปลี่ยนอิริยาบถของร่างสูง เสียงหวานที่ขาดช่วงไปเริ่มกลับมาอีกครั้ง
“อืมม..อืออ..” แต่ทำได้เพียงส่งเสียงภายในลำคอ ในเมื่อร่างสูงยังกดจูบอุ่นๆ นั้นไว้อย่างแน่นหนา
เสียงหวีดหวิวของสายลมบ่งบอกว่าไม่มีใครอยู่ทั้งภายในและภายนอกโรงยิม ความเงียบสงัดของฤดูหนาวปกคลุกไปทั่วบริเวณ
มือเล็กข้างหนึ่งกำปกเสื้อไว้แน่นส่วนมืออีกข้างทาบลงบนแผ่นอกกว้าง แผ่นหลังที่แนบติดกับประตูของล็อคเกอร์ทำให้แจจุงดูดซับทุกๆ แรงกระแทกอย่างเต็มที่ ตอนนี้ริมฝีปากของยุนโฮปล่อยให้แจจุงเป็นอิสระและเริ่มพรมจูบไปทั่วซอกคอเนียน สะโพกหนาขยับเร็วขึ้น เร็วขึ้น และเร็วขึ้นไปอีก...
“อ๊า..ยุน...แรงอีก...อ๊ะ...” เพียงเวลาไม่นานนัก ของเหลวสีขาวข้นก็เปรอะเปื้อนมัดกล้ามเนื้อหน้าท้องของร่างด้านหน้า ก่อนที่จะตามมาด้วยของเหลวบริเวณช่องทางรัก
ควันสีขาวถูกพ่นออกมาแรงๆ ด้วยความเหนื่อยอ่อน หน้าอกโยนตัวตามแรงหอบจนชนกัน เม็ดเหงื่อใสๆ ผุดพรายไปตามไรผม แขนแกร่งดึงร่างที่ยืนพิงล็อคเกอร์อย่างอ่อนแรงเข้ามากอดไว้แน่น แพขนตายาวหลับพริ้มอย่างเป็นสุข
“เธอเป็นของฉันนะแจจุง” ยุนโฮกระซิบแผ่วเบาข้างใบหูเล็กๆ ที่อยู่ภายใต้กลุ่มผมสีดำสนิท
.
.
.
.
.
.
.
“ไปไหนมา แจจุง” หนุ่มน้อยหน้าตาน่ารักเอ่ยถามเพื่อนคนสวย เมื่อแจจุงมุดมานั่งที่โต๊ะเรียนและจัดแจงแว่นตาให้เข้าที่เข้าทางเรียบร้อยแล้ว
“โรงยิมน่ะ” แค่สามคำแต่จุนซูก็เข้าใจความหมายที่สื่อมา...ยุนโฮ ใช่ไหมล่ะ.....
เมื่อ 2 นาทีก่อนอาจารย์หันหลังไปพูดกับกระดานเกี่ยวกับเรื่องการสืบพันธุ์ของพืช แจจุงที่เพิ่งจะมาเข้าเรียนคาบชีวะในขณะที่เพื่อนๆ เรียนกันไปแล้วกว่าครึ่งคาบก็แอบคลานเข้ามาหลังห้องอย่างเงียบกริบ จุนซูที่รู้ตัวเองว่าควรทำอย่างไรเมื่อเพื่อนเข้าเรียนไม่ตรงเวลาก็เลือกที่จะนั่งหลังสุดเพื่อความสะดวกของแจจุง
“โดดเรียนอีกแล้วนะ ดีนะวันนี้อาจารย์ไม่ได้เช็คชื่อ” จุนซูบ่นอย่างเซ็งๆ
“ไม่ได้โดดเรียนซะหน่อย แค่เข้าช้าเอง” แจจุงแก้ตัวไปอย่างเอาสีข้างเข้าถู
“ก็นั่นแหละ มันก็เหมือนๆ กัน” แล้วจุนซูก็หันไปนั่งจดเล็คเชอร์อย่างตั้งใจอีกครั้งโดยไม่หันมามองแจจุงอีกเป็นครั้งที่สอง ทำเอาแจจุงเลิกคิ้วสูงพร้อมกับยักไหล่ก่อนที่จะหันไปฟังอาจารย์ที่ยืนอยู่หน้าห้องบ้าง
เมื่อกระดิ่งเลิกเรียนดังขึ้น สองร่างก็รีบลุกออกจากห้องชีวะมืดๆ ไปสู่แสงสว่างด้านนอก แจจุงกับจุนซูเดินไปตามระเบียงยาวๆ หน้าห้องเรียน
“ฉันจะรออยู่หน้าโรงเรียนนะ” ประโยคที่ถูกกล่าวไว้เมื่อสองชั่วโมงก่อน ทำให้ขาเล็กๆ ของแจจุงสับอย่างว่องไว ร่างบางเบียดเสียดกับฝูงชนที่ทยอยออกจากห้องเรียนโดยไม่ใส่ใจ
“นี่แจ จะรีบไปไหนอ่ะ” จุนซูที่วิ่งตามมาเหยาะๆ รั้งแขนของแจจุงไว้พร้อมยิงคำถาม
แจจุงไม่พูดอะไรนอกจากหันมามามองด้วยสายตาแบบเดิมๆ ที่บ่งบอกให้รู้ว่าเขาจะไปไหน ซึ่งจุนซูก็ยอมรับสภาพ ...ยุนโฮอีกหล่ะสิ...
แต่วันนี้กลับไม่เหมือนอย่างวันก่อนๆ ดวงตาแข็งกร้าวจ้องเขม็งมายังแจจุงที่หลบสายตาไปนานแล้ว ...บางครั้งขีดจำกัดของคนเราก็ไม่ได้สูงเท่าไหร่นัก...
“เมื่อไหร่นายจะเลิกบ้าซะทีแจจุง” จุนซูตะโกนออกมาอย่างเดือดดาล ทำให้เสียงจ้อกแจ้กรอบกายเงียบลงไปถนัดตา
เมื่อแจจุงเห็นว่าท่าไม่ดีจึงพยายามดึงแขนจุนซูกึ่งลากไปเพื่อหามุมที่ปลอดคน
“ไม่ต้องแจจุง คุยกันให้รู้เรื่อง ตรงนี้เลย!!” หนุ่มน้อยผมสีน้ำตาลแผดเสียงให้ดังก้องกว่าเดิมแล้วสะบัดแขนของเพื่อนรักไปอย่างไม่ใยดี ตอนนี้จุนซูไม่สนใจเลยว่าจะมีสายตานับร้อยคู่ที่กำลังจ้องมายังพวกเขาสองคน ไม่สนว่าใครจะเงียบแล้วเงี่ยหูฟังพวกเขาบ้าง ไม่สนนิ้วมากมายชี้มายังที่ๆ พวกเขายืนอยู่ และเขาก็ไม่สนเสียงซุบซิบที่ดังขึ้นเรื่อยๆ หลังจากประโยคของเขาจบลง
“เฮ้..จุนซู ไม่เอาน่า ไปที่อื่นเหอะค่อยคุยกัน” แจจุงปรามเพื่อนรักเสียงอ่อน ก่อนที่เรื่องมันใหญ่โตกว่านี้ พวกเขาควรหายตัวไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด มือที่เพิ่งถูกสะบัดทิ้งค่อยๆ เอื้อมไปจับข้อมือของคนที่กำลังโมโหจนหน้าแดงก่ำ
“ทำไมนายต้องไปฟังเขา นายไม่เคยฟังที่ฉันพูด ฉันเตือนนายกี่ครั้งกี่หนแล้ว แต่นายก็ยังเห็นว่ามันดี เทิดทูนมันราวกับพระเจ้า นายมันโง่ที่ให้เขาหลอก ทำไมกัน ทั้งๆที่เป็นได้แค่ชู้เท่านั้นนายก็ยังยอมหมอนั่น ไอ้บ้านั่นมันชั่วช้าสารเลวแค่ไหนนายก็รู้ แล้วนายยังจะไปหลงมันอีกหรอแจจุง”
“หยุดนะจุนซู”
“ไม่ ฉันไม่หยุด แล้วจะทำไม ไอ้ผู้ชายเลวๆ พันธุ์นั้น จับปลาสองมือ มันไม่เคยเห็นนายอยู่ในสายตา นายก็แค่ดอกไม้ริมทางที่เขาเด็ดมาชื่นชมแล้วก็ทิ้ง นายมันก็แค่เสื้อผ้าชิ้นใหม่ๆ ที่วันไหนเขาเบื่อก็เปลี่ยนได้ง่ายๆ ”
“หยุดนะจุนซู อย่าพูดแบบนี้นะ”
“ทำไมหล่ะ รับไม่ได้หรอ ที่ฉันพูดมันเรื่องจริงไม่ใช่หรือไง นายยอมรับไม่ได้ใช่ไหม นาย..”
เพี๊ยะ…!!!!
“หยุดเถอะจุนซู ได้โปรด” น้ำเสียงสั่นเครือเปล่งออกมาอย่างแผ่วเบา หยาดน้ำตาใสเริ่มเกาะขอบตาล่างที่อยู่เบื้องหลังกระจกในกรอบแว่นสีดำ และพร้อมที่จะร่วงลงสู่พื้นดินทุกขณะ คำพูดที่เสียดแทงหัวใจแต่ละคำๆ ค่อยๆ กรีดลึกลงบนบาดแผลที่ไม่เคยปิดสนิทอย่างไม่ปราณี คำขอร้องที่รู้ทั้งรู้ว่ามันไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น เขาตบหน้าเพื่อนที่ดีกับเขาที่สุด..เพียงเพราะผู้ชายคนนึง... ความรู้สึกผิดดูเหมือนจะเอ่อล้นออกมาจนไม่สามารถอธิบายเป็นคำพูดได้ แจจุงทำได้เพียงแค่มองหน้าจุนซูที่แดงช้ำไปซีกหนึ่งกับมือชาๆ ของตัวเองอย่างสับสน ดูเหมือนตอนนี้จะมีเพียงแต่ความเงียบเท่านั้นที่ปกคลุมรอบๆ กายของทั้งสองคน เสมือนว่าไม่มีใครอยู่ที่นี่นอกจากเขากับจุนซู
“ซักวันนายก็จะเหมือนเสื้อผ้าพวกนั้น เหมือนดอกไม้เหี่ยวๆ ที่เขาโยนทิ้งแล้ว”
เพี๊ยะ...!!!
จุนซูฟาดลงบนใบหน้าของแจจุงด้วยดวงตาที่เริ่มปริ่มไปด้วยน้ำใสๆ
“อย่าคลานกลับมาให้ฉันเห็นหน้านะ คิม แจจุง”
พลั่ก…!!!
“ฉันเกลียดนาย”
จุนซูมองหน้าเพื่อนรักอย่างเจ็บปวดก่อนที่จะผลักคนตรงหน้าอย่างแรงจนร่างบางๆ ของแจจุงกระเด็นไปชนกับกลุ่มคนที่ยืนอยู่ข้างหลัง ประโยคสุดท้ายที่ทิ้งไว้ช่างชวนให้หัวใจน้อยๆ ของเขากระตุกได้ทุกขณะ
.
.
.
.
.
“มีอะไรหรอ?” เสียงหวานเอ่ยถามหนุ่มนักกีฬาบาสร่างสูงที่ยืนเป็นจุดเด่นอยู่หน้าโรงเรียน สายตาหยาดเยิ้มของสาวน้อยสาวใหญ่พากันส่งตรงมาที่ยุนโฮจนบินชนกันว่อน แต่พ่อหนุ่มหล่อคนนี้ดูเหมือนจะไม่ได้ใส่ใจเลย
“ฉันต่างหากล่ะที่สมควรพูดประโยคนั้น ร้องไห้ทำไม มีเรื่องอะไรงั้นหรอ?” แม้ว่าแจจุงจะเอาผมม้ายาวๆ มาปรกหน้าสักเท่าไหร่ ก็คงไม่อาจจะซ่อนสายตาช่างสังเกตของยุนโฮได้
“ไม่มีอะไรหรอก ไปกันเถอะ”
.
.
.
.
“แจจุงว่าวงไหนสวยหล่ะ?” สายตาเรียวไล่มองวงโลหะเล็กๆ ที่อยู่บนกำมะหยี่สีขาวทีละวงจนครบ พร้อมกับเอ่ยถามความคิดเห็นของคนที่เขาพามาด้วย
...นั่นสินะ จะดีใจไปทำไม ก็รู้ตัวดีอยู่แล้วนี่นา...
“วงนี้สิ ยุนโฮ น่ารักดี” ....ในเมื่อเราไม่ได้เป็นอะไรกัน...ก็ไม่มีทางที่เขาจะซื้อให้เราอยู่แล้ว...
.
.
“วาเลนไทน์แจจุงอยากได้อะไร?” คำถามแปลกๆ ที่ยุนโฮตั้งขึ้นกับแจจุงเมื่อชั่วโมงก่อนทำเอาร่างบางๆ นี้ดีใจจนตัวลอย และเมื่อแจจุงตอบว่าอยากได้ “แหวน” จึงทำให้เขาสองคนมาลงเอยที่ร้านจิวเวอลี่เล็กๆ แห่งหนึ่ง แต่ท้ายที่สุด...นี่ก็คงเป็นอีกครั้งที่ยุนโฮทำให้แจจุงดีใจเก้อ ในเมื่อคำถามที่ถาม...ก็แค่ให้เขาเป็นตัวแทนของใครอีกคน ที่กำลังจะเป็นเจ้าของแหวนที่เขากำลังเลือกสรรให้อยู่นั่นเอง
“แจจุงว่าวงนี้สวยหรอ” ร่างสูงถามคนข้างๆ อีกครั้งโดยที่สายตายังคงจับจ้องแหวนที่แจจุงเลือก
“อื้ม สวยดี วงนี้แหละ” แจจุงพยักหน้าที่ปั้นแต่งไว้อย่างระรื่นน้อยๆ
“แหวนคู่ด้วย ยุนโฮกับโพมีจะได้ใส่คู่กันไง” ร่างเล็กย้ำอีกครั้งด้วยสีหน้าที่แสร้งทำ คำพูดที่ดูเหมือนจะมีชีวิตชีวา แต่แท้จริงแล้วกลับซ่อนเร้นด้วยความเจ็บปวดในทุกๆ คำ
“พี่ครับ ขอลองสองวงนี้” ยุนโฮเอ่ยกับพนักงานขายที่ยืนอยู่หลังตู้กระจก เพียงไม่นานเจ้าแหวนโลหะสองวงที่ถูกเลือกก็ถูกนำมาวางบนผ้ากำมะหยี่สีแดงที่ปูเตรียมไว้แต่แรก
ยุนโฮคว้ามือของแจจุงขึ้นมาแล้วบรรจงสวมแหวนสีเงินล้วนลงบนนิ้วนางข้างซ้ายของแจจุงที่กำลังทำหน้าเหรอหรา แล้วหยิบแหวนอีกวงสวมลงบนนิ้วนางข้างซ้ายของตัวเอง และปล่อยให้คนถูกสวมแหวนโดยพลการทำหน้างงๆ จนพนักงานขายต้องหันหลังไปอมยิ้ม
“พอดีเลยแหะ” ยุนโฮยิ้มจนตาปิดเหมือนเด็กๆ ที่ได้ขนมหวาน ตอนนี้หน้าขาวๆ ที่เคยงงงวยกลับอมชมพูโดยไม่รู้ตัว แจจุงทำปากพะงาบๆ เหมือนจะพูดอะไรแต่ก็ถูกเสียงของยุนโฮขัดไปเสียก่อน
“เอาสองวงนี้แหละครับ” พนักงานขายหยิบแหวนทั้งสองวงที่ถูกวางลงที่เดิมไปด้านหลังร้านอย่างรวดเร็ว โดยไม่ลืมที่จะหันมายิ้มให้กับแจจุงหนึ่งทีก่อนหายตัวไป
“ยุนโฮคิดไม่คิดว่านิ้วเราจะใหญ่ไปสำหรับผู้หญิงหรอ??” แจจุงถามคำถามที่ทำให้ยุนโฮต้องใช้เวลาสองสามวินาทีในการประมวลผล
“ไม่หรอก นิ้วโพมีก็น่าจะประมาณนี้แหละ”
..กะแล้วเชียว...แจจุงคิดในใจเงียบๆ ขณะที่ยุนโฮเดินไปยังเคาน์เตอร์เพื่อชำระเงิน
.
.
.
.
.
.
โพรงปากอุ่นคับแน่นไปด้วยท่อนเนื้อที่กำลังแข็งตัวเต็มที่ ลิ้นร้อนๆ โลมเลียทั่วผิวหนังที่เต่งตึงจากการพองตัวของเส้นเลือดทุกครั้งขูดรูดขึ้นลง ริมฝีปากบางโอบรัดแก่นกายใหญ่ของร่างสูงที่นอนอยู่ด้านล่าง สองร่างที่เปลือยเปล่าอยู่บนเตียง สุดท้ายก็จบที่โรงแรมเหมือนอย่างเคย
เมื่อร่างกำยำนั้นรู้สึกพึงพอใจแล้วจึงสลับตำแหน่งและหน้าที่กับร่างบางที่บัดนี้ลงไปอยู่ด้านล่างแทน สองมือเล็กกำผ้าปูที่นอนแน่นด้วยความเสียวซ่าน ดวงตาสวยหลับแน่นจากการกระทำที่ดูชำนิชำนาญของคนด้านบน ส่วนที่ไวต่อความรู้สึกทุกๆ จุดดูเหมือนจะตื่นตัวเต็มที่ เพราะไม่ว่ายุนโฮจะสัมผัสตรงไหน ร่างบางก็สะดุ้งน้อยๆ อย่างน่าเอ็นดูทุกทีไป ยิ่งเป็นการกระตุ้นอารมณ์ครุกกรุ่นของยุนโฮให้ทวีขึ้นไปอีก
หลังจากปรนเปรอส่วนนั้นจนสาแก่ใจแขนแกร่งเริ่มช้อนท่อนขาของแจจุงขึ้นพร้อมกับดุนดันท่อนเนื้อของตนเข้าไปในช่องทางที่อยู่ระหว่างขาเรียวที่สั่นระริกอย่างอ่อนระทวย จังหวะรักได้ถูกบรรเลงขึ้นช้าๆ เสียงครางอย่างไม่ได้ศัพท์ดังขึ้นเรื่อยตามความร้อนแรงที่ร้อนขึ้นทุกวินาที
ไม่มีใครเคยรู้ว่าแจจุงสวยแค่ไหนนอกจากยุนโฮที่เห็นทุกซอกทุกมุมของ คิม แจจุง
ไม่มีใครเคยได้สัมผัสลีลาเร่าร้อนของหนุ่มน้อยผู้นี้นอกจากชายหนุ่มร่างสูง จุง ยุนโฮ
และไม่มีใครที่แจจุงยอมทำทุกอย่างขนาดนี้..แม้กระทั่ง..สละเพื่อนรักไป...เหมือนผู้ชายคนนี้ จุง ยุนโฮ
ทำไมเขาต้องทำเพื่อชายสองใจผู้นี้ขนาดนี้??
มันคงจะไม่มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นถ้าเมื่อครึ่งปีก่อนแจจุงไม่ไปห้องสมุดคนเดียว
“ฮัลโหล จุนซูหรอ เรากำลังจะไปหานายนะ รออยู่ที่นั่นก่อน” เสียงเล็กพูดจ้อไม่หยุดหายใจ พร้อมกับหอบหนังสือพะรุงพะรังโดยไม่ได้มองข้างหน้าเลย เพราะเขากำลังสนใจแต่หนังสือและโทรศัพท์ที่อยู่ในมือเท่านั้น
“ยุนโฮ เย็นนี้ไปดูหนังกันนะ น้าๆๆ” เสียงออดอ้อนน่าหมั่นไส้ส่งเสียงอย่างไม่เกรงใจ แม้จะรู้ตัวดีว่าตอนนี้ตัวเองกำลังอยู่ในห้องสมุดก็ตาม
“เย็นนี้หรอ? ได้สิ โพมีชวนนี่นา มีหรอเราจะไม่ไป” หนุ่มนักกีฬาบาสเก็ตบอลร่างใหญ่เดินควงแขนมากับแม่สาวสวยโพมี ดาวโรงเรียนอันดับหนึ่ง (ดาวโรงเรียนหรือดาวยั่ว?? *-*) ที่ออดอ้อนทุกวิถีทางเพื่อให้หนุ่มฮ็อตที่ใครๆ ก็อยากควงด้วยอย่างจุง ยุนโฮ ไปดูหนังด้วยให้ได้ (ดูหนังหรือจับกด?? *-*) และในที่สุดมันก็สำเร็จเสียด้วย
(เพราะ Milk น่ะสิๆ *-*)
คนหนึ่งเดินคุยโทรศัพท์อย่างไม่ได้ใส่ใจทางข้างหน้า ส่วนอีกคนก็กำลังหันไปคุยกับแม่สาวจ้าวที่ควงมาด้วย (ส่วนอีกคนน่ะ ช่างมันเต๊อะ!! *-*) แล้วการพบกันแบบละครน้ำเน่าก็เกิดขึ้น
โครม!!
ไอ้ที่ล้มน่ะดูเหมือนจะมีแค่คิม แจจุงคนเดียวเสียกระมัง เพราะร่างใหญ่ๆ ของยุนโฮไม่ได้ขยับเขยื้อนไปไหนเลย นอกจากกำลังหาว่าเดินชนอะไรเข้าเท่านั้นเอง
กร๊อบ!!
เสียงเลนส์ที่แตกละเอียดทำให้ยุนโฮต้องก้มลงไปดูใต้ฝ่าเท้าของเขาว่าเกิดอะไรขึ้นจนสายตาเหลือบไปเห็นเจ้าของแว่นที่นั่งจมกองหนังสืออยู่ที่พื้น นักเรียนชายตัวเล็กๆ กับผมสีดำยาวๆ รกรุงรังไม่เป็นทรงปรกหน้าปรกตา กำลังคลำหาแว่นตาที่หายไปจากที่ๆ มันควรจะอยู่ แต่สิ่งที่คลำได้กลับเป็นอะไรนิ่มๆ แทน (เอ๊ะ!! คลำยังไง *-*) สิ่งที่หนุ่มร่างเล็กสัมผัสได้ดูเหมือนจะเป็นใบหน้าหล่อเหลาได้รูปของจุง ยุนโฮ ที่ก้มตัวลงมาดูสิ่งมีชีวิตประหลาดที่พื้น
“เป็นอะไรหรือเปล่า?” เสียงทุ้มเอ่ยถาม พร้อมกับเก็บหนังสือที่กระจัดกระจายอยู่ข้างตัว
“ยุนโฮไปกันเถอะ เดี๋ยวไม่ทันหนังรอบ 5 โมงนะ” โพมีออกแรงดึงแขนยุนโฮที่ไม่กระดุกกระดิกเลยสักนิดเดียว (อ่าว นี่หล่อนยังอยู่อีกเรอะ...!! *-*)
ดูเหมือนร่างสูงๆ ของยุนโฮจะหยุดหายใจไปเสียแล้ว เพราะสิ่งที่เขาค้นพบภายใต้ผมเพร่ารุงรังนั่นคือ...สวย... เกิดมายังไม่เคยเห็นใครสวยอย่างนี้มาก่อนเลย และนี่คงจะเป็นครั้งแรกที่มีคนอื่นสังเกตุเห็นว่าแจจุงสวยตั้งแต่แจจุงมาอยู่ที่โรงเรียนนี้
“ยุนโฮ..” โพมีเรียกแฟนหนุ่มที่แข็งเป็นหินอย่างงงๆ
“ยุนโฮ ไปกันเถอะ ฉันเหม็นกลิ่นเด็กเนิร์ดจะแย่อยู่แล้ว” แม่สาวโพมีทำเสียงสูงปรี๊ดพร้อมกับกระชากแขนแกร่งที่ไม่มีทีท่าจะขยับ (กลับไปเลยไป๊ คนเขาจะสวีทกัน *-*)
“เธอกลับไปก่อนเถอะ ดูเหมือนว่าฉันจะต้องช่วยคนๆ นี้ก่อน ดูท่าทางเขาสายตาไม่มีมากๆ เลยนะ” ว่าแล้วยุนโฮก็รวบหนังสือทั้งหมดพร้อมกับหนุ่มร่างเล็กที่นั่งกำโทรศัพท์มือถืออยู่อย่างคนขาดไอโอดีน (เยสสส.. - .- +)
.
.
.
.
“ที่จริงคุณไปกับแฟนคุณก็ได้นะครับ” หนุ่มร่างเล็กพูดอย่างรู้สึกผิด
“ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมเองก็ผิดที่ไม่ได้ดูทาง แล้วยังเหยียบแว่นคุณซะแตกละเอียดเลย” หนุ่มร่างสูงอีกคนพูดพร้อมเกาต้นคอด้วยกิริยาเคอะเขิน
“แจจุง...เป็นไงบ้าง” ร่างเล็กๆ วิ่งตรงมายังหนุ่มแว่น(ใหม่)และหนุ่มนักบาสอย่างร้อนรน
“ฉันไม่ได้โดนรถชนนะจุนซู” เด็กเนิร์ดพูดกับเพื่อนหน้าตาหน้ารักจิ้มลิ้มที่เพิ่งมาถึง จุนซู หนุ่มฮอตประจำโรงเรียนอีกคน แต่คงจะกลับกับยุนโฮสักหน่อยตรงที่ของยุนโฮเป็นผู้หญิงแต่ของจุนซูเป็นผู้ชายมารุมตอมเนี่ยแหละ
“เอ่อ...ขอบคุณสำหรับวันนี้นะครับ” แจจุงหันไปพูดพร้อมกับโค้งตัวต่ำๆ ให้ยุนโฮแล้วหันหลังกลับ
“เดี๋ยว..นายชื่ออะไร” ยุนโฮตะโกนเรียกร่างที่กำลังจะเดินจากไป
“คิม แจจุง”
.
.
.
.
ทุกอย่างเริ่มต้นจากที่ตรงนั้น แต่มันกลับจบลง ณ ที่ตรงนี้
ตรงที่แจจุงกลายเป็นเพียงเงาของใครบางคน
ตรงที่แจจุงกลายเป็นเพียงคนลับๆ ที่ยุนโฮไม่ต้องการให้ใครรู้
ตรงที่แจจุงกลายเป็นเพียงร่างที่ทำได้เพียง มีความสุขกับคนที่ “รัก” โดยการตื่นขึ้นมาบนเตียงพร้อมร่างเปลือยเปล่าเท่านั้น
ตรงนี้ที่แจจุงกลายเป็นเพียง ผู้ที่รักเขาข้างเดียว
“กอดฉันสิยุนโฮ กอดฉันแน่นๆ” คำพูดติดปากของร่างบางขณะมีเพศสัมพันธ์กับร่างที่ไม่ได้เป็นของเขา
…มีแค่เพียงตอนนี้เท่านั้นที่ฉันรู้สึกว่าเขาเป็นของฉัน…มีเพียงวิธีนี้เท่านั้นที่ฉันรู้สึกฉันเป็นของเขา....อ้อมกอดของเขาเท่านั้นที่ฉันต้องการ....
มือหนาของยุนโฮเริ่มเลื่อนมากุมส่วนที่พองโตอย่างเต็มที่ของร่างที่อยู่ข้างล่าง และพลิกสะโพกบางๆ ให้หันหลัง สองมือที่สอดประสานกัน แผ่นเนื้อที่แนบชิดกัน....
ไม่มีใครรู้ว่าแจจุงสวยแค่ไหนนอกจากยุนโฮที่ค้นพบมัน
และ คิม แจจุง ไม่เคยเป็นของใคร นอกจาก จุง ยุนโฮ
.
.
.
.
To Be Continued….
รักรันทดจริงคู่นี้
รู้สึกคนแต่งแอบมีอคติส่วนตัวกับอาเจ้โพมีป่ะเนี่ย 5 5 +
***พูดถึงหนุ่มเฮี้ยวอ่าจ๊ะ
วันพีชซื้อใม่ไหว เยอะเกิ๊น ต้องค่อยๆซื้อ
***ส่วนมากจะอ่านแต่ฟิค SJ อ่า คู่นี้ก็เคยอ่านบ้าง(ของเพื่อน) ก็ออกแนวรักรันทดฉะนี้แล ฮา...
***แหะๆ หายไปหลายวันเลย พอดีช่วงนี้ตองใกล้สอบแล้ว เลยแว้บมาเล่นได้แปปเดียว
เตยจะสอบรึยัง?
#1 By SaTurN on 2008-02-17 21:13