[[ :: Forbidden Love :: ]] รักต้องห้าม!! [KEY1*~]

++ QA&Skip Point++

Title : Forbidden Love

Author : BaNaNaJuNk

Style : Yaoi  , Shounen , Boys love ,etc.

Category : Romantic Fiction

Character : Jaejoong YunHo

Chapter : [KEY1*~]

 

 

 

 

หิมะยังไม่หยุดตก ยังโปรยปรายละอองเบาบางให้ตกปรอยๆ ไปตามทางเดินที่ลาดยาว  สองข้างทางเงียบสงัด  ถนนคอนกรีตขนาบข้างไปด้วยบ้านเรือนหลังน้อยใหญ่ที่มืดสนิท  สองร่างเดินย่ำไปบนหิมะสีขาวอย่างเงียบๆ   

ตอนนี้เลยเที่ยงคืนมาเป็นเวลากว่าครึ่งชั่วโมง  .....อากาศรอบๆ กายเย็นลงไปอีกแล้ว…..

 

ไอสีขาวพวยพุ่งออกจากโพรงจมูกซึ่งซีดเซียวจากความเย็นภายนอก  แขนสองคู่ห่อหุ้มร่างกายของตัวเองที่ลู่ไปตามกระแสลมอ่อนเย็นยะเยือก   ถึงแม้ว่าอากาศจะหนาวเพียงใด  แต่ก็ดูเหมือนว่าร่างเล็กๆ ที่เดินอยู่ด้านหลังนั้นไม่มีทีท่าจะขึ้นมาเดินเคียงคู่กับร่างที่นำออกไปกว่าสองเมตรนั่นเลย 

 

และทุกครั้งที่ร่างสูงโปร่งหยุดยืนเพื่อรอให้คนเดินช้ากว่าขึ้นมาเดินไปพร้อมๆ กัน  ร่างเล็กข้างหลังก็จะปฏิเสธด้วยการหยุดยืนนิ่งแล้วรอให้คนข้างหน้าออกเดินต่อไป  เป็นอย่างนี้มาตลอดตั้งแต่เดินออกจากถนนในย่านผู้คนพลุกพล่านจนเข้ามาถึงย่านที่อยู่อาศัย  จนร่างสูงๆ ต้องเอี้ยวตัวมามองคนข้างหลังทุกๆ 5 นาที เพราะเกรงว่าจะมีใครฉุดไปเสียก่อน

 

.

.

.

.

 

.

.

ความรู้สึกไม่แน่ใจ  นั้นมีมากเสียจนเหมือนกับว่ามันได้สร้างระยะห่างเล็กๆ ขวางกั้นไว้ระหว่างเราทั้งสองคน  และยิ่งไขว่คว้ามากเท่าไหร่ก็ดูเหมือนจะยิ่งห่างไกลออกไปเท่านั้น

 

....คิม แจจุง ได้แต่มองตามแผ่นหลังของคนด้านหน้าอย่างไม่ละสายตาด้วย ความรู้สึกไม่แน่ใจ....

 

.

.

 

.

.

 

บ้านเลขที่ 28/51 คือจุดหมายที่ห่างออกไปอีกไม่ไกล  เสียงฝีเท้าที่เคยส่งเสียงเบาๆ  ชะลออย่างช้าๆ จนกระทั่งหยุดลง

 

อีกครั้งที่ร่างสูงนั้นหยุดเดิน

และก็เป็นอีกครั้งที่ร่างเล็กยังคงรักษาระยะห่างไว้เหมือนเดิมเช่นกัน 

อีกครั้งที่ตาคมจ้องมองให้ร่างบางนั่นรู้ตัวว่าควรทำอะไร....

และก็เป็นอีกครั้งที่ดวงตาหวานซึ่งบวมช้ำจากการผ่านน้ำตามามากมายหลบสายตาด้วยการมองเปะปะไปทั่ว

อีกครั้งที่สีหน้าอ้อนวอนหันมาขอร้องให้คนสวยข้างหลังขึ้นมายืนข้างๆ.....

แต่นั่นก็เป็นอีกครั้งที่ร่างเล็กทำสีหน้าเฉยชา  ไม่รับรู้อะไรทั้งสิ้น

แล้วจะให้มันเป็นอยู่อย่างนี้อีกกี่ครั้ง....

 

ขายาวไม่รอช้า  เดินตรงรี่เข้าไปหาคนข้างหลังผู้ถูกจู่โจมอย่างไม่ทันตั้งตัว  ฝ่ามือเย็นชืดคว้าฝ่ามือเล็กๆ ที่เย็นไม่แพ้กันมากุมไว้อย่างแน่นหนา  ต่อให้คนที่กำลังตกใจสลัดแรงแค่ไหนก็ไม่อาจจะเป็นอิสระได้  ....น่าแปลก...ทั้งๆ ที่มือของเราสองคนเย็นจนไร้ความรู้สึก...แต่กลับรู้สึกว่ามันอบอุ่นอย่างประหลาด...

.

.

.

 

.

.

 

สองมือจับกุมกันไว้ตลอดทางจนกระทั่งมาถึงรั้วไม้พุ่มสีเขียวเข้ม  ประตูเหล็กดัดสีดำอยู่ในกรอบอิฐสีแดงส้ม  มีป้ายที่ทำจากไม้สลักด้วยตัวเลขสีทองว่า 28/51 ติดไว้ด้านบนของออดไฟฟ้าสีน้ำตาล  แสงสว่างเล็ดลอดออกมาจากหลังม่านสีฟ้าสดใสในขอบหน้าต่างสีขาวที่อยู่บนชั้นสอง  มือเล็กล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงเพื่อหยิบโทรศัพท์มือถือเครื่องพอดีมือออกมา ทำให้นึกได้ว่าเครื่องมือสื่อสารของตัวเองนั้นแบตหมดไปเสียแล้ว  จึงหันไปหาร่างที่ยืนอยู่ข้างกายแต่ก็ได้รับคำตอบเป็นการส่ายหน้าช้าๆ เท่านั้น ...แล้วจะทำอย่างไรดีหล่ะ?...

 

พรุ่งนี้ค่อยมาใหม่ดีกว่าไหม? ร่างสูงเอ่ยแนะนำ

 

ใบหน้าสวยปฏิเสธด้วยการสั่นแรงๆ ก่อนที่จะเอ่ยว่า

 

ฉันอยากคุยวันนี้  ไฟยังเปิดอยู่ แสดงว่าเขายังไม่นอน  ร่างบางชี้แจง 

 

มือใหญ่จึงปล่อยการเกาะกุมออก  ก่อนที่จะเดินไปหยิบก้อนหินก้อนเล็กๆ ขึ้นมา 2-3 ก้อน ปล่อยให้สายตางุนงงของแจจุงมองตามหลังไปอย่างใคร่สงสัย

 

จะทำอะไรน่ะ? ร่างบางเอ่ยถาม

 

ก็จะให้จุนซูออกมาคุยกับแจจุงยังไงหล่ะ

 

มือใหญ่ขว้างก้อนหินที่เก็บมาไปบนกระจกใสบนชั้นสองที่รู้กันว่าเป็นหน้าต่างห้องนอนของจุนซู  ด้วยความเป็นนักกีฬาบาสเก็ตบอล  เรื่องความแม่นยำนั้นคงไม่ต้องพูดถึง  เสียงกระทบเบาๆ ดังขึ้นตามจำนวนก้อนหินที่เก็บมา  ถึงแม้จะไม่ดังมาก  แต่ก็ดังพอที่จะเรียกคนด้านในออกมาดูผู้รบกวนทั้งสองได้ 

 

และมันก็ได้ผล เมื่อม่านสีฟ้าสดค่อยๆ เลื่อนไปด้านข้างเผยให้เห็นใบหน้าของเพื่อนผู้แสนดี 

 

จุนซูมีสีหน้าตกใจเล็กน้อยและดูเหมือนจะไม่ชอบใจเท่าไหร่นักกับการกระทำของสองคนข้างล่าง  ใบหน้าของเขาดูเรียบเฉยเสียจนกลายเป็นไร้ความรู้สึก  ....ยังมีหน้ามาให้ฉันเห็นอีกหรอ คิม แจจุง...

 

ร่างด้านบนส่งทอดสายตาเย็นชาลงมาก่อนที่จะกระตุกผ้าม่านให้ปิดแรงๆ โดยไม่แยแสสักนิดว่าเพื่อนที่กำลังสำนึกผิดด้านล่างจะรู้สึกยังไง 

 

....แสงไฟที่เคยสว่างไสวภายในห้องที่คุ้นเคยดับลงไปทันทีที่ผ้าม่านปิดสนิท....

 

ถ้าเป็นเมื่อวาน....หากเจอสถานการณ์เช่นนี้น้ำใสๆ คงจะหลั่งออกมาเป็นแน่  แต่ตอนนี้แจจุงไม่เหลือน้ำตาและเรี่ยวแรงที่จะร้องไห้ออกมาอีกแล้ว  เวลานี้แค่ลืมตาก็ดูเหมือนจะยากเกินทน  สายตายังคงจับจ้องไปยังหน้าต่างบานเดิมราวกับว่าจุนซูจะโผล่ออกมาใหม่แล้วบอกว่าเรื่องเมื่อครู่นี้เขาล้อเล่น  พรุ่งนี้ไปโรงเรียนด้วยกันนะ อะไรประมาณนั้น  แต่หน้าหน้าสีขาวก็ยังคงปิดสนิทเช่นเดิม   แจจุงจึงทำได้เพียงยืนหมดหวังและก้มมองปลายเท้าของตัวเอง

 

มือใหญ่เอื้อมมาลูบกลุ่มผมดำสนิทที่ลู่ลงอย่างช้าๆ ก่อนที่จะดึงร่างเล็กนั่นเข้ามาปลอบใจด้วยอ้อมกอดแสนอบอุ่น 

 

...แต่มันอุ่นเกินไปหรือเปล่า??...

 

ร่างบางที่จมอยู่ในอ้อมแขนนั้นรับรู้ได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง  อุณหภูมิที่สูงจนน่ากลัวแผ่ผ่านสู่ร่างที่อยู่ภายใต้สเวทเตอร์สีขาว  แจจุงเพิ่งสังเกตได้ว่าใบหน้าคมนั้นซีดเซียวมากเพียงใด  บวกกับร่างสูงๆ ของยุนโฮที่กำลังร้อนราวกับไฟจนทำให้แจจุงต้องผงะ  หลังมือเล็กทาบลงไปบนหน้าผากของคนตัวสูงกว่าและของตัวเองเพื่อเทียบอุณหภูมิของเขากับยุนโฮ 

 

นายไม่สบาย  ตัวนายร้อนจี๋เลย ใบหน้าหวานแสดงสีหน้าห่วงใย

 

ไม่เป็นไรหรอก  แค่นี้เอง

 

ยุนโฮพูดก่อนจะจับมือที่ทาบอยู่บนหน้าผากของเขาออก  ท่อนแขนแกร่งสะท้อนกับแสงไฟข้างทาง  จนทำให้แจจุงสังเกตอะไรเพิ่มได้อีกหนึ่งอย่าง 

....แขนเสื้อสีเทาของยุนโฮมีของเหลวสีแดงข้นไหลซึมออกมาอย่างช้าๆ....

 

ยุนโฮ  แขนนาย!!!...  คำพูดที่ยังไม่จบดีแต่ร่างเล็กไม่สนใจที่จะพูดมันต่อไป  เขาคว้าข้อมือของยุนโฮมาก่อนที่จะเลิกแขนเสื้อขึ้นเพื่อดูบาดแผล

 

นายไปทำอะไรมา  ตอนนี้สีหน้าของคนที่สบายดีกำลังซีดพอๆ กับหน้าของคนป่วย  ความไม่สบายใจเริ่มกัดกินไปทั่วจนหัวใจรู้สึกเบาหวิวอย่างประหลาด  แต่ยังไม่ทันที่ร่างสูงจะพูดอะไร ร่างเล็กๆ ก็พูดสวนออกมาเสียก่อน

 

บอกฉันมาสิ ยุนโฮ

.

.

.

.

 

 

.

.

แกไม่มีปัญญาหาผัวเองรึไง  ถึงได้มาคาบของๆ คนอื่นเขา เสียงหวีดแหลมตะโกนกรอกใส่โทรศัพท์ที่เพิ่งแย่งมาจากร่างสูงผู้ยืนห่างออกไปไม่ไกลนัก

หยุดนะโพมี เสียงทุ้มตะโกนห้ามหญิงสาวที่นั่งอยู่ตรงขอบระเบียง ซึ่งตั้งท่าพร้อมจะทิ้งตัวลงไปทุกเมื่อถ้าร่างนั้นเข้ามาใกล้  แต่ยุนโฮคงจะไม่ห่วงเท่าไหร่นักและเข้าไปแย่งโทรศัพท์จากเธอคนนั้นแน่นอนถ้านี่มันไม่ใช่ชั้นที่ 20 ของคอนโดหรูหรา

 

หน้าด้าน!! อายฟ้าดินบ้างมั๊ย มานอนกกอยู่กับผู้ชาย น่าขยะแขยงที่สุด เสียงสูงยังตะโกนใส่หูโทรศัพท์ไปเรื่อยๆ โดยไม่สนใจเสียงห้ามของชายหนุ่ม

 

เธอเป็นบ้าไปแล้วหรอ  คงทำได้เพียงแต่ตะโกน  เมื่อหญิงสาวผู้นั้นยังคงอยู่บนขอบระเบียง

 

ไม่ทุเรศตัวเองรึไง" หญิงสาวยังคงด่าทอใส่โทรศัพท์อย่างเดือดดาล  ในขณะที่ยุนโฮก็ยังคงตะโกนห้ามคำพูดหยาบคาบนั่นไปเรื่อยๆ  แต่ยังคงไม่กล้าเข้าไปหาหญิงสาวผู้นั้น  มันยังอันตรายเกินไปที่จะเข้าไปดึงเธอให้ออกมาจากระเบียง

 

อย่ามาห้ามนะยุนโฮเสียงเล็กหันมาพูดกับชายผู้เป็นที่รัก

 

ไม่สมเพชตัวเองเหรอที่ต้องมาเป็นชู้คนอื่นโพมีตะโกนต่อว่าอีกฟังของสายด้วยความโกรธแค้นอย่างไม่ลดละ 

 

ฉันบอกให้หยุด ความพยายามที่ต้องควบคุมโทสะไม่ให้มันมีสูงขึ้นเริ่มลดลงเรื่อยๆ เพราะคำพูดแต่ละคำที่เสียงแหลมๆ นั้นเปล่งออกมา

 

ไม่  โพมีแผดเสียง และหันกลับไปพูดกับโทรศัพท์

 

"อย่างแกก็แค่ที่ระบายความอยากเท่านั้นแหละ

 

...เลิกบ้าได้แล้วโพมี หุบปากซักที.. นิ้วมือที่รวบเข้าหากันกำแน่น บ่งบอกว่ายุนโฮเริ่มโมโหเกินที่จะควบคุมตัวเองต่อไปแล้ว  เขาไม่สนใจที่จะห่วงสวัสดิภาพของหญิงสาวตรงหน้า  ขายาวสาวเข้าไปหาร่างอ้อนแอ้นนั้นอย่างรวดเร็วก่อนที่จะรวบให้โพมีลงมานอนกองกับพื้น

 

ชู้อย่างนั้นหรอ  แจจุงไม่ได้เป็นชู้ของใครทั้งนั้น  ในเมื่อเราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะโพมี  เธอได้ยินไหมว่าเราไม่ได้เป็นอะไรกัน  ตื่นสักที!!!”

 

สายของโทรศัพท์ถูกตัดไปนานแล้ว  ร่างเล็กของหญิงสาวดิ้นพล่านราวกับถูกเข็มนับพันเล่มทิ่มแทง  ใบหน้าบูดเบี้ยวร้องไห้ฟูมฟายอย่างไร้สติ  ร่างสูงจับร่างที่ไม่อยู่เฉยกดลงกับพื้น  เพื่อแย่งโทรศัพท์ที่มือเล็กกำไว้แน่น  แต่ร่างของโพมีกลับหลุดจากการยื้อยุดนั้นออกมาได้

 

รักมันมากนักใช่ไหม  ก็ดี....ถ้างั้นก็ไม่ต้องคงไม่ต้องคุยมันหรอก  ทันทีที่สิ้นเสียงวัตถุที่เคยอยู่ในมือก็ลอยข้ามระเบียงลงไป  ยุนโฮทำได้แต่มองตามเครื่องมือสื่อสารที่บัดนี้ตกลงสู่พื้นด้านล่างเรียบร้อยแล้ว 

 

เธอทำอะไรของเธอ ทำไมเธอถึงเป็นคนแบบนี้  เธอมันเสียสติไปแล้วโพมี มือใหญ่จับไหล่บางเขย่าแรงๆ อย่างเหลืออด

 

ใช่สิ  ฉันมันไม่ได้ดีเหมือนมัน  พวกแกมันก็วิปริตกันทั้งคู่นั่นแหละโพมีปัดแขนที่วางอยู่บนบ่าออกแรงๆ

 

อย่าว่าแจจุงอย่างนี้นะ

หญิงสาวมองหน้าคนที่เธอรักอย่างเจ็บปวด   ...ฉันไม่เคยอยู่ในสายตาของนาย...

 

ไปตายซะจุง ยุนโฮ ก่อนที่จะผลักร่างใหญ่ของยุนโฮให้พ้นทางแล้ววิ่งกลับเข้าไปใน

 

.

.

.

.

 

1 เดือนก่อน...

วันที่ 12 มกราคม 2551

 

เมื่อไหร่เธอจะเลิกเกาะแกะฉันเสียทีเสียงตวาดซึ่งดูเหมือนจะเป็นเรื่องปกติไปเสียแล้วเมื่อทั้งสองคนอยู่ด้วยกันเพียงลำพัง

 

ทำไมหล่ะ ก็ฉันชอบยุนโฮนี่นาคำบอกรักหลุดออกมาอย่างง่ายดาย

 

โพมีและยุนโฮ จะว่าไปก็เหมือนกิ่งทองใบหยกเสียกระมัง  พ่อแม่ของทั้งสองคนรู้จักกัน  สองคนนี้ก็เลยรู้จักกันไปด้วยตามปริยาย  โพมีเป็นสาวสวย  ยุนโฮเป็นหนุ่มหล่อ  ใครๆ ก็ว่าเขาสองคนเหมาะสมกัน  และไม่ว่าจะเห็นยุนโฮที่ไหนก็ต้องเห็นโพมีติดสอยห้อยมาตามด้วยทุกที  จนทุกคนคิดว่าเขาสองคนมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งมากกว่าคำว่าเพื่อนแน่นอน

 

แต่ฉันไม่ได้ชอบเธอ!!!” ยุนโฮกะโตนใส่ใบหน้าสวยๆ นั่นอย่างไม่เกรงใจ

 

แต่ความจริงมันผิดตรงที่ว่า...ไม่สิ มันผิดทั้งหมดนั่นแหละ  ยุนโฮไม่เคยคิดอะไรกับโพมีเกินกว่าเพื่อน  มันถูกแค่พ่อแม่ของเขารู้จักกัน

 

เธอทำตัวย่างนี้คนอื่นก็เข้าใจผิดหมดน่ะสิว่าเราเป็นแฟนกันมือทั้งสองพยายามแกะแขนเล็กๆ ที่รัดแขนของตัวเองแน่น

 

ไม่เห็นเป็นไรเลย  ยุนโฮก็ไม่ได้ชอบใครซะหน่อย  เงียบกันไปสักพัก ไม่มีเสียงใดๆ เล็ดลอดจากริมฝีปากบนใบหน้าคมที่กำลังหันไปด้านนอกหน้าต่างราวกับว่ามีอะไรน่าสนใจ  เห็นพิรุธบางอย่างบนสีหน้าเรียบเฉยนั้น คำถามจึงถูกยิงออกมา

 

หรือว่านายชอบใครอยู่?  น้ำเสียงบีบเค้นเอาคำตอบ

 

เธอจะรู้ไปทำไมร่างสูงไม่ยอมพูดให้ตรงประเด็น

 

ฉันต้องรู้!!”  แขนเล็กกระชากแขนแกร่งที่เท้าคางอย่างเฉยชา  สายตาแข็งกร้าวจ้องแววตาหงุดหงิดอย่างเอาเป็นเอาตาย

 

ก็ได้ๆๆ  ก็ใช่น่ะสิ ฉันมีคนที่ชอบแล้ว  พอใจรึยัง  น้ำเสียงบ่งบอกความไม่สบอารมณ์เท่าไหร่นักในการตอบ

....เมื่อก่อนฉันอาจจะเคยชอบเธอ  ฉันเคยคิดว่าเธอน่ารักดี  แต่ ณ ตอนนี้มันไม่ใช่แบบนั้นแล้วโพมี...

 

ใคร???  มันเป็นใครระดับเสียงเริ่มดังขึ้นเป็นระยะๆ

 

ทำไมต้องหยาบคายด้วยโพมีร่างสูงหันมาดุกิริยาที่ไม่เหมาะสมของเพื่อนสาว

 

บอกฉันมานะยุนโฮ มันเป็นใคร มือเล็กเขย่าร่างโปร่งพร้อมทุบตีจนยุนโฮเริ่มหมดความอดทนและรวบมือทั้งสองข้างของโพมีไว้  ใบหน้าหล่อเหลายื่นมาใกล้กับใบหน้าสวยหวานนั้นก่อนที่จะเฉลยคำตอบที่โพมีเฝ้าคอย

 

คิม แจจุงและเมื่อเห็นสีหน้าที่มุ่นคิ้วน้อยๆ ของโพมี  ยุนโฮจึงขยายความต่อไปว่า...

 

คนที่เราเจอที่ห้องสมุดเมื่อ 5  เดือนก่อน  ...ที่อีกสองเดือนต่อมาฉันก็จับเขากดยังไงหล่ะ....

 

ยุนโฮ นายจะบ้าหรอ  นั่นมันผู้ชายนะดวงตาของโพมีเบิกโตเมื่อระลึกถึงหนุ่มแว่นที่ห้องสมุดนั่นได้

 

ไม่บ้าหรอก  ฉันชอบเขาจริงๆ เพราะฉะนั้น  เธอเลิกมายุ่งวุ่นวายกับชีวิตฉันได้แล้ว  พูดพร้อมกับปล่อยมือทั้งสองของโพมีออก  แต่เหมือนคำพูดแต่ละคำมันไม่ได้ซึมผ่านเข้าไปในโสตประสาทของคนสวยนั้นเลย  ยุนโฮเอ่ยจึงย้ำอีกครั้ง

 

ฉันพูดจริงๆ นะโพมี  ฉันรักเขา  ร่างสูงจ้องมองสายตาที่จับต้นชนปลายไม่ถูกของโพมีอย่างจริงจัง  แววตาแน่วแน่ทำเอาโพมีรู้สึกเหมือนกับมีใครเอาไม้หน้าสามมาตีแสกหน้าที่งุนงงนี้

 

แล้วฉันหล่ะน้ำเสียงสั่นเครือ

 

เราสองคนเป็นแค่เพื่อนกัน  และมันก็จะไม่มีทางที่จะเป็นอะไรมากกว่านั้น

คำพูดที่ตัดสัมพันธ์ให้ขาดสะบั้นอย่างไม่ใยดี....ที่ผ่านมาฉันไม่เคยอยู่ในใจของนายเลยอย่างนั้นสิ...น้ำตาเริ่มรื้นเกาะขอบตาที่ทาอายไลน์เนอร์สีเข้ม  ความสับสนและความเสียใจประดังเข้ามาพร้อมๆ กัน คำพูดที่ได้ฟังได้เสียดแทงหัวใจดวงนี้ให้แหลกละเอียด โพมียกมือกุมขมับสักพักก่อนที่จะพูดว่า...

 

ฉันขอเวลาเดือนนึง

 

...ก่อนร่างเล็กๆ ของหญิงสาวจะเดินลับสายตาไป

 

.

.

.

 

วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2551

เวลา 9.31 น.

 

อากาศเย็นๆ บวกกับแสงแดดที่ถูกบดบังด้วยกลุ่มของก้อนเมฆหนาช่างขัดกับอารมณ์สดใสของร่างสูงซึ่งกำลังผิวปากอย่างเป็นสุขนี้อย่างสิ้นเชิง

 

อีกครึ่งชั่วโมงเวลาแห่งความสุขก็จะมาเยือน  ยิ่งคิดได้ดังนี้ขาวยาวๆ ก็ยิ่งสาวเร็วขึ้นอีกเท่าตัว

 

รอก่อนนะแจจุง  วันนี้แหละฉันจะขอนายเป็นแฟนให้ได้  ยุนโฮพูดกับตัวเองด้วยใบหน้าที่เปื้อนยิ้มก่อนจะออกวิ่งอย่างกระตือรือร้น 

 

แต่โทรศัพท์เจ้ากรรมก็ดันดังขึ้นเสียก่อน  มือหนาจึงล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกง  ในใจก็คิดว่าอาจจะเป็นแจจุงก็ได้ที่ส่งข้อความมา  แต่ใบหน้าระรื่นนั้นก็ต้องหุบยิ้มทันทีเมื่อเห็นเจ้าของข้อความปรากฏอยู่บนหน้าจอ

 

โพมี...

 

มาหาฉันหน่อยสิยุนโฮ 

 

มาหาฉันเถอะนะ ได้โปรด

.

.

.

.

เพราะนี่อาจจะเป็นครั้งสุดท้ายที่เราคุยกันก็ได้...ถ้านายไม่มา

 

ความตระหนกกับข้อความแปลกๆ ที่โพมีส่งมาทำเอาขาสองข้างสะดุดกึก สมองควรสั่งการว่าจะต้องทำอย่างไรต่อจากนี้แต่ในหัวมันกลับขาวโพลน ..เธอจะมาล้อเล่นอะไรตอนนี้เนี่ย...ขาวยาวๆ ยังคงเดินไปตามจุดหมายต่อไป  สวนสนุกอยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่เมตร  อีกแค่นิดเดียวเขาก็จะได้พบคนที่เขารักแล้ว  แต่....

 

ร่างสูงหันหลังกลับอย่างรวดเร็ว  ใบหน้าหันไปคนละทางกับจุดหมายในตอนแรก ....ก่อนที่จะออกวิ่งอย่างสุดแรง

 

...บ้าชะมัด....

.

.

.

.

 

.

 

 

.

.

.

ประตูคอนโดสีขาวผางออกอย่างรวดเร็ว  ร่างที่โชกชุ่มด้วยเหงื่อก้าวเข้ามาอย่างโทสะ  ร่างเล็กที่อยู่เบื้องหลังประตูกระโจนโอบรัดผู้มาเยือนแน่นด้วยความดีใจ

 

ยุนโฮนายกลับมาหาฉันจริงๆ ด้วย  เสียงอู้อี้ดังจนฟังไม่ได้ศัพท์

 

อะไรของเธออีก  ฉันกำลังรีบเธอก็รู้  เสียงทุ้มถามอย่างรำคาญใจพร้อมกับปลดเปลื้องท่อนแขนเรียวที่เกาะอยู่บนร่างกายของตนเอง

 

ถ้าหมอนั่นมันสำคัญขนาดนั้นแล้วนายมาหาฉันทำไมคำพูดประชดประชันกระตุ้นความโมโหที่มีอยู่แล้วให้เพิ่มมากไปอีก

 

ฉันไม่ได้อยากมาสักนิด  แต่ใครหล่ะที่พูดว่า ....นี่อาจจะเป็นครั้งสุดท้ายที่เราคุยกันถ้าฉันไม่มา... ฉันเลยคิดว่าเธอจะฆ่าตัวตายน่ะสิ  ร่างสูงร่ายคำพูดยาวเป็นพรืดด้วยความหงุดหงิด  คิ้วหนาขมวดเข้าหากันแน่นด้วยความโมโห

...ทำไมฉันถึงไม่ไปหาแจจุงเลยนะ  ไม่น่าย้อนกลับมาเลย ให้ตายสิ....

 

ถ้าฉันไม่บอกว่าจะตายนายก็ไม่มาใช่ไหม?  แววตาเจ็บปวดส่งทอดมาหาสายตาขุ่นมัว

 

ใช่  ฉันคงไม่มีทางมาเหยียบที่นี่อีกเป็นครั้งที่สองหรอก  ถ้าเธอไม่ส่งข้อความแปลกๆ นั่นมาร่างสูงเริ่มตะโกนอย่างหัวเสีย

 

เธอบอกว่าขอเวลา 1 เดือนฉันก็ให้เธอ แล้วเธอยังจะเอาอะไรอีก  หลังสิ้นเสียงร่างสูงก็หันหลังควับอย่างไม่สนคนข้างหลังว่าจะเป็นตายร้ายดีอย่างไร  ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาต่อล้อต่อเถียง เขาเสียเวลามามากพอแล้ว  แจจุงกำลังรอเขาอยู่ที่สวนสนุก  แต่...

 

ร่างเล็กวิ่งตามร่างที่เดินออกไปอย่างรวดเร็วก่อนที่จะเข้าเกาะท่อนขายาวนั้นจนยุนโฮไม่สามารถเดินต่อไปได้

 

ฉันรักนายนะยุนโฮอย่าทิ้งฉัน  ฉันเคยสำคัญไม่ใช่หรอเสียงสะอื้นเพิ่มขึ้นไปอีก  แต่ดูเหมือนจะยิ่งทำให้ร่างสูงนั้นรู้สึกสมเพชมากกว่า

 

ใช่  เธออาจจะเคยสำคัญ  ฉันอาจจะเคยเอ็นดูเธอเพราะพ่อแม่ของเราสองคน  แต่เราก็ไม่เคยเป็นอะไรกัน

 

แต่ฉันคิดเสมอว่าฉันเป็นแฟนกับนาย

 

ไม่....เราไม่ได้เป็นอะไรกันตั้งแต่แรกแล้วโพมี  ฉันไม่เคยพูดสักคำว่าเธอเป็นแฟนฉัน  ยุนโฮก้มตัวลงไปทำให้ขาของเขาเป็นอิสระ

 

เธอมีเรื่องแค่นี้ใช่ไหม  ส่วนฉันไม่มีอะไรจะพูดกับเธออีกแล้ว  ลาก่อนโพมี

 

ปัง!! เสียงประตูสีขาวที่เพิ่งเปิดออกถูกปิดลง  เบื้องหลังมีหญิงสาวที่ร้องไห้ฟูมฟาย  ความเสียใจเป็นอย่างไรโพมีเพิ่งจะได้รู้ซึ้งก็วันนี้

 

.

.

.

.

 

ฮัลโหล ยุนโฮ..!!”  เครือเสียงดีใจดังขึ้นทันทีที่สัญญาณเชื่อมได้ติด

 

แจจุงหรอ ตอนนี้นายอยู่ที่ไหน  ตอนนี้ยุนโฮรู้สึกดีใจมากที่ได้ยินเสียงของแจจุง  มันรู้สึกดีมากจริงๆ  เมื่อเทียบกับเมื่อครู่ที่เขาต้องทนฟังเสียงโพมี

 

ฉันอยู่ที่สวนสนุกแล้ว อยู่ตรงน้ำพุหน้าประตูทางเข้า

 

ในขณะเดียวกันที่ยุนโฮไม่รู้สึกตัวว่ามีใครเดินตามมาข้างหลัง  เขาก็ยังคุยกับอีกฝั่งของสายอย่างสบายใจ

 

งั้นรออยู่ตรงนั้นก่อนนะ แล้วฉันจะรีบไป

 

เอามานี่นะยุนโฮ

โพมีวิ่งเข้ามาแย่งโทรศัพท์จากยุนโฮจากด้านหลัง

 

อ๊ะ..อย่าสิ..ฉันกำลังคุยโทรศัพท์

แต่ดูเหมือนจะไม่สำเร็จเมื่อโทรศัพท์ยังอยู่ในมือของร่างสูง

 

 นายคุยกับหมอนั่นอยู่ใช่มั๊ย

และเสียงหวีดแหลมดังๆ นั่นสามารถทำให้อีกฝั่งของสายรู้ว่ามีใครอีกคนอยู่บริเวณนั้น

 

มันเรื่องของฉันนะเธอไม่เกี่ยว!!!”

แขนยาวสะบัดอีกร่างที่ดูราวกับกับคนเสียสติ  สายตาที่ฉายแววคลุ้มคลั่งทำให้ยุนโฮต้องรีบวางโทรศัพท์

 

รอฉันก่อนนะ อย่าเพิ่งกลับ  

 

แล้วสายก็ตัดไป....

 

.

.

.

.

 

ร่างของหญิงสาวที่เพิ่งวิ่งกลับมาจากระเบียงมุ่งตรงไปยังห้องครัวผ่านห้องโถงที่เฟอร์นิเจอร์มากมายเรียงรายอยู่  ร่างสูงวิ่งตามหญิงสาวผู้นั้นเข้ามาติดๆ และภาพที่เห็นก็คือ...

 

มือข้างหนึ่งถึงของมีคมเล่มใหญ่  มืออีกข้างชูขึ้นมาพร้อมที่จะรับความคมกริบบนใบมีด  น้ำตามากมายไหลอาบพวงแก้ม  ดวงตาแดงก่ำราวกับสีเลือด ริมฝีกปากและร่างกายสั่นตามแรงสะอื้น  ....แต่สีหน้าคนที่อยู่อีกฝั่งของประตูห้องครัวกลับซีดเผือด

 

โพมีเธอจะทำอะไรเสียงทุ้มตะโกนอย่างตกใจ

 

บอกมาสิยุนโฮ  พูดสิว่าเธอรักฉันเสียงแหลมตะโกนกลับจนแหบแห้ง

 

โพมี ใจเย็นๆ อย่าทำแบบนั้นนะ ค่อยๆ คุยกันสิยุนโฮพยายามห้ามการกระทำของหญิงสาวตรงหน้า แต่ดูเหมือนว่าจะไม่ได้ผล

 

พูดสิ!!”  เสียงแหบๆ นั่นออกคำสั่ง และเมื่อเห็นว่าริมฝีปากของอีกฝ่ายไม่ยอมขยับเขยื้อนหญิงสาวจึงตะโกนไปอีกครั้ง

 

ฉันบอกให้พูด  บอกกับฉันว่านายรักฉัน...ฮือ..ฮือๆๆเสียงร้องไห้คร่ำครวญเริ่มดังขึ้น  แต่ร่างสูงก็ยังคงไม่พูดอะไร  ทั้งความตกใจ ความประหวั่นมันปนเปกันไปหมด  เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าควรทำอย่างไร ขายาวค่อยๆ สืบเข้าไปช้าๆ เพื่อจะแย่งมีดที่อยู่ในมือ

 

...แค่พูดว่ารักฉันนายยังไม่ยอมพูดเลย  มันยากขนาดนั้นเลยหรอยุนโฮ....

แต่ดูเหมือนมันจะช้าเกินไป  คมมีดกดทาบลงบนข้อมือเล็กอย่าไม่ปรานี  โลหะมันวาวเชือดเฉือนไปมา  ของเหลวสีแดงขุ่นข้นพุ่งทะลักออกมาอย่างช้าๆ  ยุนโฮรีบพุ่งตัวไปห้ามร่างของหญิงสาวที่ทรุดลงกับพื้น

 

โพมี….!!!!”

 

.

.

.

To Be Continued

[[QA Digestion]]

 

Q : ทำไมแจจุงถึงอยากไปสวนสนุก?

A : เพราะก่อนหน้านี้ไม่เคยได้เดทกับยุนโฮแบบคู่รักธรรมดาเลยน่ะสิคะ  เอะอะก็เตียงๆ  หนูแจจุงก็เลยใฝ่ฝันที่ได้ไปเที่ยวกับยุนโฮ  และที่เป็นสวนสนุกเพราะมันสิ้นคิดดีค่ะ

 

Q : เพื่อนที่ไร้ตัวตนคืออะไร?

A : ถามกันเข้ามาเยอะเหมือนกัน  ที่จริงเราแค่เปรียบเทียบเฉยๆ ค่ะว่าจุนซูไม่ได้อยู่ตรงหน้าแจจุง  แจจุงพูดกับโทรศัพท์ใช่ไหมหล่ะคะ แล้วคำว่าเพื่อนในตอนนั้นก็ดูเหมือนจะใช้ไม่ได้เพราะทั้งสองคนกำลังโกรธกันอยู่ เพราะฉะนั้น ไร้ตัวตนก็คือไม่ได้อยู่ตรงนั้นค่ะ ไม่ต้องตกใจ 

 

Q :  ใครๆ ก็ว่าแจใจอ่อน 

A : ก็คนแต่งมันใจอ่อนนี่ค่ะ ทำไงได้ อิอิ      ไม่ช่ายยย ...เพราะมันเป็นนิสัยยังไงหล่ะคะ  แจจุงเป็นคนที่มีนิสัยใจอ่อนค่ะ  แล้วก็อย่างที่หลายๆ คนพูด  เพราะรักยังไงหล่ะคะ 555

 

Q: ทำไมต้องมีพาร์ท Key

Key แปลว่า ...1)กุญแจ  2)สำคัญ  ก็ตามนี้แหละค่ะ  เป็นพาร์ทที่เป็นกุญแจไขทุกอย่างให้กระจ่างและเรื่องสำคัญต่างๆ ก็อยู่ในพาร์ท Key เนี่ยแหละค่ะ

 

**ใครมีอะไรอยากถามก็ Q : แล้วพิมพ์ตามด้วยคำถามมานะคะ